The new 2026 IONIQ 5 N Line กับ 10 เหตุผลที่ตอกย้ำว่า “ธรรมดา…ไม่มีที่ยืน” ตัวเลือกรถ EV รุ่นประกอบไทย สำหรับคนที่ไม่ตามเทรนด์ ไม่ซ้ำทางใคร พร้อมดีไซน์ N Line เทคโนโลยี 800V ชาร์จเร็ว 18 นาที ฐานล้อยาว 3 เมตร และ Hyundai Bluelink ครั้งแรกในประเทศไทย

The new 2026 IONIQ 5 N Line กับ 10 เหตุผลที่ตอกย้ำว่า “ธรรมดา…ไม่มีที่ยืน” ตัวเลือกรถ EV รุ่นประกอบไทย สำหรับคนที่ไม่ตามเทรนด์ ไม่ซ้ำทางใคร พร้อมดีไซน์ N Line เทคโนโลยี 800V ชาร์จเร็ว 18 นาที ฐานล้อยาว 3 เมตร และ Hyundai Bluelink ครั้งแรกในประเทศไทย

กรุงเทพฯ 25 สิงหาคม 2569 – บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เปิดมุมมองใหม่ให้กับรถพลังงานไฟฟ้า 100% ผ่าน The new 2026 IONIQ 5 N
Line รุ่นประกอบไทย รถ EV ที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงการใช้งานในชีวิตประจำวัน
แต่ยังครบเครื่องทั้งดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย
พร้อมสะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ ภายใต้สโลแกน “Never Ordinary
ธรรมดา… ไม่มีที่ยืน” ดีไซน์ N Line จึงไม่ได้เป็นแค่การเพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถ
แต่ช่วยสร้างบุคลิกที่แตกต่างให้กับ IONIQ 5 N Line
เหมาะกับคนที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ตามเทรนด์ และมองหารถ EV
ที่สามารถเป็นได้มากกว่าพาหนะในการเดินทาง
10 เหตุผลที่ทำให้นาทีนี้ต้อง The new 2026 IONIQ 5 N Line

  1. ดีไซน์ N Line ที่ไม่ยอมกลืนไปกับความธรรมดา The new 2026 IONIQ 5 N
    Line คือการต่อยอดจาก IONIQ 5 รุ่นปกติ ซึ่งมาพร้อมจุดแข็งเรื่องดีไซน์
    พื้นที่ใช้สอย และความสบายในการใช้งานจริง
    พร้อมเติมคาแรกเตอร์สปอร์ตจาก IONIQ 5 N รถไฟฟ้าสมรรถนะสูงของฮุนได
    ผ่านชุดตกแต่งเฉพาะรุ่น N Line ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้า–หลัง สเกิร์ตข้าง
    ดิฟฟิวเซอร์ท้าย และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว จุดสำคัญคือรถยังคงความกว้าง
    ความสบาย และความอเนกประสงค์แบบ IONIQ 5 ไว้ครบ ทำให้ IONIQ 5 N
    Line ไม่ได้เป็นเพียงรุ่นแต่งสปอร์ต แต่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้ EV
    ที่มีบุคลิกมากขึ้น พร้อมสมดุลระหว่างดีไซน์ สมรรถนะ
    และการใช้งานจริงในทุกวัน
  2. เทคโนโลยีล้ำ แต่ใช้งานง่ายในชีวิตจริง The new 2026 IONIQ 5 N Line
    ไม่ได้เน้นเพียงเทคโนโลยีล้ำสมัย

แต่ยังให้ความสำคัญกับความง่ายในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
ภายในห้องโดยสารยังคงมีปุ่มควบคุมที่จำเป็นในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวก
ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงฟังก์ชันหลักได้รวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งหน้าจอทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบปรับอากาศ การควบคุมระบบเสียง
หรือฟังก์ชันที่ใช้บ่อยระหว่างขับขี่ ทำให้การเปลี่ยนมาใช้รถ EV
เป็นเรื่องง่ายขึ้น คุ้นมือขึ้น และไม่ต้องปรับตัวมากเกินไป

  1. แบตเตอรี่ 84 kWh พร้อมเทคโนโลยี 800V มากกว่าแค่ระยะทางที่ไกลขึ้น
    The new 2026 IONIQ 5 N Line ใช้แพลตฟอร์ม E-GMP
    ที่ฮุนไดพัฒนาสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion
    แบบ Liquid cooled ความจุ 84 kWh ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 591 กิโลเมตร
    (NEDC) และระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350
    kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที
    อีกจุดที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่สามารถซ่อมบำรุงด้วยการเปลี่ยนเป็นรายโมดูลไ
    ด้ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ทำให้ IONIQ 5 N Line
    ไม่ได้มีดีแค่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่หรือระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
    แต่ยังให้พื้นฐานเทคโนโลยี EV ที่ครบทั้งเรื่องประสิทธิภาพ การชาร์จ
    และการดูแลรักษาในระยะยาว
  2. ขับสนุกด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 225 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร The new
    2026 IONIQ 5 N Line ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet
    Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 225 แรงม้า หรือ 168
    kW และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร
    จุดที่ทำให้รถขับสนุกคือแรงบิดที่มาแทบจะทันทีตามสไตล์รถไฟฟ้า
    ช่วยให้การออกตัว การเร่งแซง และการขับในเมืองทำได้คล่องขึ้น
    พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที และโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ
    ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow
    เพื่อปรับการตอบสนองของรถให้เข้ากับการใช้งานแต่ละสถานการณ์
  3. ช่วงล่างและการควบคุมที่ออกแบบมาให้ขับมั่นใจขึ้น
    นอกจากพละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า The new 2026 IONIQ 5 N Line
    ยังมาพร้อมช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ
    Multi-link พร้อม Damping Control System แบบ High Performance
    เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงในการขับขี่ ขณะที่ระบบเบรกแบบ Ventilated Disc

ทั้งหน้าและหลัง ทำงานร่วมกับ Active Hydraulic Booster และระบบ
Regenerative Braking
โดยผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการหน่วงพลังงานกลับผ่าน Paddle Shifters
หลังพวงมาลัยได้ ช่วยให้ควบคุมจังหวะการขับได้ละเอียดขึ้น ทั้งในเมือง
ทางไกล และจังหวะชะลอความเร็ว

  1. ห้องโดยสารกว้าง โปร่ง สบาย ด้วยฐานล้อยาว 3 เมตร The new 2026
    IONIQ 5 N Line มอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง
    ด้วยระยะฐานล้อยาวถึง 3,000 มม. ช่วยให้ผู้โดยสารนั่งสบายในทุกตำแหน่ง
    พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 520 ลิตร และขยายได้สูงสุด 1,580 ลิตร
    เมื่อพับเบาะแถวหลัง รองรับทั้งการใช้งานประจำวัน อุปกรณ์กีฬา
    กระเป๋าเดินทาง หรือทริปวันหยุดกับครอบครัว
  2. ฟีเจอร์พรีเมียมครบ ทั้ง Vision Roof, BOSE และเบาะ Zero Gravity
    ภายในห้องโดยสารเติมเต็มความ
    พรีเมียมด้วยเบาะหนังแท้พร้อมโลโก้ N เบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity
    ปรับเอนนอนด้วยไฟฟ้าพร้อมที่พักขา หลังคา Vision Roof
    พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ไฟ Mood Light 64 สี หน้าจอคู่ขนาด 12.3 นิ้ว
    และระบบเสียง BOSE Premium Sound System with External Amplifier
    พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง เพื่อมอบทั้งความสะดวก ความสบาย
    และความบันเทิงตลอดการเดินทาง
  3. Hyundai Bluelink ครั้งแรกในประเทศไทย เชื่อมต่อรถผ่านสมาร์ตโฟน The
    new 2026 IONIQ 5 N Line เป็นรุ่นแรกในประเทศไทยที่มาพร้อม Hyundai
    Bluelink Connected Car Services
    เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้สื่อสารกับรถผ่านแอปพลิเคชันบน
    สมาร์ตโฟน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสถานะรถจากระยะไกล
    การล็อกหรือปลดล็อกรถผ่านแอป การเปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้าก่อนขึ้นรถ
    การค้นหาตำแหน่งรถในลานจอด การตรวจสอบสถานะการชาร์จ
    รวมถึงการรับการแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติหรือความเสี่ยงด้านการโจรกรร
    ม เพิ่มทั้งความสะดวก ความปลอดภัย
    และความอุ่นใจในทุกจังหวะของการใช้งานจริง
  1. V2L จ่ายไฟได้สูงสุด 3.6 kW พร้อมใช้ชีวิตนอกกรอบได้มากขึ้น The new
    2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อมระบบ Vehicle-to-Load หรือ V2L
    ที่สามารถจ่ายไฟจากตัวรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW
    ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
    ไม่ว่าจะเป็นทริปแคมปิงริมทะเล กิจกรรมกลางแจ้งกับครอบครัว
    การเดินทางพักผ่อนในวันหยุด
    หรือช่วงเวลาที่ต้องการใช้ไฟกับอุปกรณ์จำเป็นระหว่างทาง
    ฟังก์ชันนี้ทำให้พลังงานในรถไม่ได้มีไว้สำหรับการขับขี่เท่านั้น
    แต่ยังช่วยให้ทุกทริปและทุกกิจกรรมยืดหยุ่นและลงตัวมากขึ้น
  2. Hyundai SmartSense 17 ระบบ อุ่นใจขึ้นทั้งในเมืองและเดินทางไกล The
    new 2026 IONIQ 5 N Line ให้ความมั่นใจในการขับขี่ด้วย Hyundai
    SmartSense เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยรวม 17 ระบบ
    ที่เข้ามาช่วยดูแลในหลายสถานการณ์ของการใช้รถจริง
    ตั้งแต่การขับตามรถคันหน้าในเมือง การรักษารถให้อยู่ในเลน
    การเปลี่ยนเลนบนทางด่วน การมองจุดอับสายตา การถอยออกจากช่องจอด
    ไปจนถึงการจอดในพื้นที่แคบ
    พร้อมกล้องมองรอบทิศทางและระบบช่วยเตือนต่าง ๆ รอบคัน
    ทำให้ผู้ขับขี่รับมือกับทุกเส้นทางได้ง่ายขึ้น
    และช่วยให้ทุกคนในรถเดินทางได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
    ทั้งหมดนี้ทำให้ The new 2026 IONIQ 5 N Line เป็น EV
    รุ่นประกอบไทยที่ครบทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี สมรรถนะ และความคุ้มค่า
    โดยมีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 1.699 ล้านบาท หลังจากสิทธิ์ Early Bird
    ราคา 1.399 ล้านบาท (1) สำหรับ 400 คันแรกใกล้ครบจำนวน
    ฮุนไดจึงเดินหน้าส่งต่อโอกาสให้กับลูกค้าที่พลาดรอบแรก ด้วยราคาพิเศษเพิ่มเติม
    1.449 ล้านบาท (1) จำกัดเพียง 200 คันเท่านั้น พร้อมตัวเลือก 3 สี ได้แก่ Midnight
    Black Pearl, Optic White และ Titan Gray Metallic
    นอกจากราคาพิเศษ ลูกค้ายังได้รับความอุ่นใจตลอดการใช้งาน ทั้ง Home Charger
    พร้อมค่าแรงติดตั้ง, ประกันภัยชั้น 1, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี
    ไม่จำกัดเลขไมล์, การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร

และการรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
รวมถึงสิทธิ์ใช้งาน Hyundai Bluelink และ OTA ฟรี 3 ปีแรกนับจากวันออกรถ
ด้วยดีไซน์ N Line เทคโนโลยี 800V สมรรถนะการขับขี่ ห้องโดยสารกว้าง
ระบบความปลอดภัย และ Connected Car ที่รวมไว้ในคันเดียว The new 2026
IONIQ 5 N Line จึงพร้อมตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมือง ทริปวันหยุด
และไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ที่มองหารถ EV ที่ให้มากกว่าการเดินทางในชีวิตประจำวัน
ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสรถรุ่นใหม่ได้ที่ IONIQ Lab และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ
เพื่อพบกับ EV รุ่นประกอบไทยที่สะท้อนสไตล์ได้อย่างมั่นใจ ภายใต้สโลแกน
“Never Ordinary ธรรมดา… ไม่มีที่ยืน”
หมายเหตุ: เงื่อนไขราคา ข้อเสนอพิเศษ การรับประกัน Hyundai Bluelink และ OTA
เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *