





กรุงเทพฯ 25 สิงหาคม 2569 – บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด
เปิดมุมมองใหม่ให้กับรถพลังงานไฟฟ้า 100% ผ่าน The new 2026 IONIQ 5 N
Line รุ่นประกอบไทย รถ EV ที่ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงการใช้งานในชีวิตประจำวัน
แต่ยังครบเครื่องทั้งดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย
พร้อมสะท้อนรสนิยมและไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ ภายใต้สโลแกน “Never Ordinary
ธรรมดา… ไม่มีที่ยืน” ดีไซน์ N Line จึงไม่ได้เป็นแค่การเพิ่มความสปอร์ตให้กับตัวรถ
แต่ช่วยสร้างบุคลิกที่แตกต่างให้กับ IONIQ 5 N Line
เหมาะกับคนที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง ไม่ตามเทรนด์ และมองหารถ EV
ที่สามารถเป็นได้มากกว่าพาหนะในการเดินทาง
10 เหตุผลที่ทำให้นาทีนี้ต้อง The new 2026 IONIQ 5 N Line
- ดีไซน์ N Line ที่ไม่ยอมกลืนไปกับความธรรมดา The new 2026 IONIQ 5 N
Line คือการต่อยอดจาก IONIQ 5 รุ่นปกติ ซึ่งมาพร้อมจุดแข็งเรื่องดีไซน์
พื้นที่ใช้สอย และความสบายในการใช้งานจริง
พร้อมเติมคาแรกเตอร์สปอร์ตจาก IONIQ 5 N รถไฟฟ้าสมรรถนะสูงของฮุนได
ผ่านชุดตกแต่งเฉพาะรุ่น N Line ไม่ว่าจะเป็นกันชนหน้า–หลัง สเกิร์ตข้าง
ดิฟฟิวเซอร์ท้าย และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว จุดสำคัญคือรถยังคงความกว้าง
ความสบาย และความอเนกประสงค์แบบ IONIQ 5 ไว้ครบ ทำให้ IONIQ 5 N
Line ไม่ได้เป็นเพียงรุ่นแต่งสปอร์ต แต่เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้ EV
ที่มีบุคลิกมากขึ้น พร้อมสมดุลระหว่างดีไซน์ สมรรถนะ
และการใช้งานจริงในทุกวัน - เทคโนโลยีล้ำ แต่ใช้งานง่ายในชีวิตจริง The new 2026 IONIQ 5 N Line
ไม่ได้เน้นเพียงเทคโนโลยีล้ำสมัย
แต่ยังให้ความสำคัญกับความง่ายในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
ภายในห้องโดยสารยังคงมีปุ่มควบคุมที่จำเป็นในตำแหน่งที่ใช้งานสะดวก
ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าถึงฟังก์ชันหลักได้รวดเร็วโดยไม่ต้องพึ่งหน้าจอทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นการปรับระบบปรับอากาศ การควบคุมระบบเสียง
หรือฟังก์ชันที่ใช้บ่อยระหว่างขับขี่ ทำให้การเปลี่ยนมาใช้รถ EV
เป็นเรื่องง่ายขึ้น คุ้นมือขึ้น และไม่ต้องปรับตัวมากเกินไป
- แบตเตอรี่ 84 kWh พร้อมเทคโนโลยี 800V มากกว่าแค่ระยะทางที่ไกลขึ้น
The new 2026 IONIQ 5 N Line ใช้แพลตฟอร์ม E-GMP
ที่ฮุนไดพัฒนาสำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion
แบบ Liquid cooled ความจุ 84 kWh ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 591 กิโลเมตร
(NEDC) และระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350
kW โดยสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที
อีกจุดที่น่าสนใจคือแบตเตอรี่สามารถซ่อมบำรุงด้วยการเปลี่ยนเป็นรายโมดูลไ
ด้ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ทำให้ IONIQ 5 N Line
ไม่ได้มีดีแค่แบตเตอรี่ขนาดใหญ่หรือระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
แต่ยังให้พื้นฐานเทคโนโลยี EV ที่ครบทั้งเรื่องประสิทธิภาพ การชาร์จ
และการดูแลรักษาในระยะยาว - ขับสนุกด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 225 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร The new
2026 IONIQ 5 N Line ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet
Synchronous Motor ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 225 แรงม้า หรือ 168
kW และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร
จุดที่ทำให้รถขับสนุกคือแรงบิดที่มาแทบจะทันทีตามสไตล์รถไฟฟ้า
ช่วยให้การออกตัว การเร่งแซง และการขับในเมืองทำได้คล่องขึ้น
พร้อมอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ใน 7.5 วินาที และโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ
ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow
เพื่อปรับการตอบสนองของรถให้เข้ากับการใช้งานแต่ละสถานการณ์ - ช่วงล่างและการควบคุมที่ออกแบบมาให้ขับมั่นใจขึ้น
นอกจากพละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า The new 2026 IONIQ 5 N Line
ยังมาพร้อมช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ
Multi-link พร้อม Damping Control System แบบ High Performance
เพื่อช่วยเสริมความมั่นคงในการขับขี่ ขณะที่ระบบเบรกแบบ Ventilated Disc
ทั้งหน้าและหลัง ทำงานร่วมกับ Active Hydraulic Booster และระบบ
Regenerative Braking
โดยผู้ขับขี่สามารถปรับระดับการหน่วงพลังงานกลับผ่าน Paddle Shifters
หลังพวงมาลัยได้ ช่วยให้ควบคุมจังหวะการขับได้ละเอียดขึ้น ทั้งในเมือง
ทางไกล และจังหวะชะลอความเร็ว
- ห้องโดยสารกว้าง โปร่ง สบาย ด้วยฐานล้อยาว 3 เมตร The new 2026
IONIQ 5 N Line มอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง
ด้วยระยะฐานล้อยาวถึง 3,000 มม. ช่วยให้ผู้โดยสารนั่งสบายในทุกตำแหน่ง
พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 520 ลิตร และขยายได้สูงสุด 1,580 ลิตร
เมื่อพับเบาะแถวหลัง รองรับทั้งการใช้งานประจำวัน อุปกรณ์กีฬา
กระเป๋าเดินทาง หรือทริปวันหยุดกับครอบครัว - ฟีเจอร์พรีเมียมครบ ทั้ง Vision Roof, BOSE และเบาะ Zero Gravity
ภายในห้องโดยสารเติมเต็มความ
พรีเมียมด้วยเบาะหนังแท้พร้อมโลโก้ N เบาะผู้ขับขี่แบบ Zero Gravity
ปรับเอนนอนด้วยไฟฟ้าพร้อมที่พักขา หลังคา Vision Roof
พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ไฟ Mood Light 64 สี หน้าจอคู่ขนาด 12.3 นิ้ว
และระบบเสียง BOSE Premium Sound System with External Amplifier
พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง เพื่อมอบทั้งความสะดวก ความสบาย
และความบันเทิงตลอดการเดินทาง - Hyundai Bluelink ครั้งแรกในประเทศไทย เชื่อมต่อรถผ่านสมาร์ตโฟน The
new 2026 IONIQ 5 N Line เป็นรุ่นแรกในประเทศไทยที่มาพร้อม Hyundai
Bluelink Connected Car Services
เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ใช้สื่อสารกับรถผ่านแอปพลิเคชันบน
สมาร์ตโฟน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสถานะรถจากระยะไกล
การล็อกหรือปลดล็อกรถผ่านแอป การเปิดระบบปรับอากาศล่วงหน้าก่อนขึ้นรถ
การค้นหาตำแหน่งรถในลานจอด การตรวจสอบสถานะการชาร์จ
รวมถึงการรับการแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติหรือความเสี่ยงด้านการโจรกรร
ม เพิ่มทั้งความสะดวก ความปลอดภัย
และความอุ่นใจในทุกจังหวะของการใช้งานจริง
- V2L จ่ายไฟได้สูงสุด 3.6 kW พร้อมใช้ชีวิตนอกกรอบได้มากขึ้น The new
2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อมระบบ Vehicle-to-Load หรือ V2L
ที่สามารถจ่ายไฟจากตัวรถไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.6 kW
ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นทริปแคมปิงริมทะเล กิจกรรมกลางแจ้งกับครอบครัว
การเดินทางพักผ่อนในวันหยุด
หรือช่วงเวลาที่ต้องการใช้ไฟกับอุปกรณ์จำเป็นระหว่างทาง
ฟังก์ชันนี้ทำให้พลังงานในรถไม่ได้มีไว้สำหรับการขับขี่เท่านั้น
แต่ยังช่วยให้ทุกทริปและทุกกิจกรรมยืดหยุ่นและลงตัวมากขึ้น - Hyundai SmartSense 17 ระบบ อุ่นใจขึ้นทั้งในเมืองและเดินทางไกล The
new 2026 IONIQ 5 N Line ให้ความมั่นใจในการขับขี่ด้วย Hyundai
SmartSense เทคโนโลยีช่วยขับขี่และความปลอดภัยรวม 17 ระบบ
ที่เข้ามาช่วยดูแลในหลายสถานการณ์ของการใช้รถจริง
ตั้งแต่การขับตามรถคันหน้าในเมือง การรักษารถให้อยู่ในเลน
การเปลี่ยนเลนบนทางด่วน การมองจุดอับสายตา การถอยออกจากช่องจอด
ไปจนถึงการจอดในพื้นที่แคบ
พร้อมกล้องมองรอบทิศทางและระบบช่วยเตือนต่าง ๆ รอบคัน
ทำให้ผู้ขับขี่รับมือกับทุกเส้นทางได้ง่ายขึ้น
และช่วยให้ทุกคนในรถเดินทางได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
ทั้งหมดนี้ทำให้ The new 2026 IONIQ 5 N Line เป็น EV
รุ่นประกอบไทยที่ครบทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี สมรรถนะ และความคุ้มค่า
โดยมีราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 1.699 ล้านบาท หลังจากสิทธิ์ Early Bird
ราคา 1.399 ล้านบาท (1) สำหรับ 400 คันแรกใกล้ครบจำนวน
ฮุนไดจึงเดินหน้าส่งต่อโอกาสให้กับลูกค้าที่พลาดรอบแรก ด้วยราคาพิเศษเพิ่มเติม
1.449 ล้านบาท (1) จำกัดเพียง 200 คันเท่านั้น พร้อมตัวเลือก 3 สี ได้แก่ Midnight
Black Pearl, Optic White และ Titan Gray Metallic
นอกจากราคาพิเศษ ลูกค้ายังได้รับความอุ่นใจตลอดการใช้งาน ทั้ง Home Charger
พร้อมค่าแรงติดตั้ง, ประกันภัยชั้น 1, บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 5 ปี
ไม่จำกัดเลขไมล์, การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
และการรับประกันแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
รวมถึงสิทธิ์ใช้งาน Hyundai Bluelink และ OTA ฟรี 3 ปีแรกนับจากวันออกรถ
ด้วยดีไซน์ N Line เทคโนโลยี 800V สมรรถนะการขับขี่ ห้องโดยสารกว้าง
ระบบความปลอดภัย และ Connected Car ที่รวมไว้ในคันเดียว The new 2026
IONIQ 5 N Line จึงพร้อมตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมือง ทริปวันหยุด
และไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ที่มองหารถ EV ที่ให้มากกว่าการเดินทางในชีวิตประจำวัน
ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสรถรุ่นใหม่ได้ที่ IONIQ Lab และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ
เพื่อพบกับ EV รุ่นประกอบไทยที่สะท้อนสไตล์ได้อย่างมั่นใจ ภายใต้สโลแกน
“Never Ordinary ธรรมดา… ไม่มีที่ยืน”
หมายเหตุ: เงื่อนไขราคา ข้อเสนอพิเศษ การรับประกัน Hyundai Bluelink และ OTA
เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
