PTG โชว์ฟอร์มแกร่ง! ครึ่งปีแรกปั๊มรายได้แตะ 118,696 ลบ.

PTG โชว์ฟอร์มแกร่ง! ครึ่งปีแรกปั๊มรายได้แตะ 118,696 ลบ.

[กรุงเทพฯ] (วันที่ 14 สิงหาคม 2569) – บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG)
โชว์ฟอร์มครึ่งแรกปี 69 รายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 118,696
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY โดยธุรกิจ Non-Oil ที่มีรายได้แตะ 13,340
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.7% YoY ส่วนกำไรขั้นต้นทะยาน 39.5% YoY ชู
“กาแฟพันธุ์ไทย” เป็นหัวหอกสร้างรายได้โตแรง 61.5% YoY
ขยายสาขาพุ่งเฉลี่ยเกิน 2 สาขาต่อวัน ด้านซีอีโอ “พิทักษ์ รัชกิจประการ”
เดินหน้าครึ่งปีหลังภายใต้กลยุทธ์ “Powering Thai Lives: Everywhere.
Everyday. Everyone” พร้อมนำแนวคิด “One PTG”
มาเชื่อมโยงธุรกิจและฐานลูกค้าภายใน Ecosystem
ดันสัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil สู่เป้าหมาย 40-45%
และรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าขยะเต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 3/2569
เป็นต้นไป
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี
จำกัด (มหาชน) (PTG) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
ในครึ่งแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายและการให้บริการอยู่ที่
118,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% YoY โดยรายได้จากธุรกิจ Oil เพิ่มขึ้น
2.3% YoY เป็น 105,356 ล้านบาท แม้ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมลดลง
5.2% YoY ก็ตาม ส่วนธุรกิจ Non-Oil

มีรายได้จากการขายและการให้บริการจำนวน 13,340 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
21.7% YoY และมีกำไรขั้นต้น 3,974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.5% YoY
ซึ่งเติบโตในอัตราที่สูงกว่ารายได้
โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายเครือข่ายในทุกกลุ่มธุรกิจ
โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย ที่มีรายได้เติบโต 61.5% YoY เป็น 3,518
ล้านบาท ตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสาขารวม 2,467 แห่ง
เพิ่มขึ้น 825 สาขา หรือ 50.2% YoY หรือ เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 สาขาต่อวัน
ธุรกิจก๊าซ LPG มีรายได้เพิ่มขึ้น 6.4% YoY เป็น 5,414 ล้านบาท
โดยปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG เพิ่มขึ้น 5.2% YoY
ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสถานีบริการทั้งสิ้น 248 แห่ง เพิ่มขึ้น 1.6% YoY
ส่วนธุรกิจ Oil ในครึ่งแรกของปี 2569
มีรายได้จากการขายและการให้บริการ จำนวน 105,356 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
2.3% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
แม้ปริมาณจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางลดลง 5.2% YoY เป็น 3,192
ล้านลิตร โดย ปริมาณจำหน่ายผ่านสถานีบริการ PT ลดลง 4.6% YoY เป็น
3,150 ล้านลิตร ขณะที่บริษัทฯ มีสถานีบริการน้ำมัน PT จำนวน 2,279
สถานี เพิ่มขึ้น 1.4% YoY มีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมัน ผ่านช่องทางค้าปลีก
20.0%
อย่างไรก็ตามสำหรับผลการดำเนินงานของ PTG ในไตรมาส 2/2569
สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่
จำนวน 74 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 205 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
โดยการฟื้นตัวดังกล่าวมีแรงสนับสนุนจากกำไรขั้นต้นต่อลิตรของธุรกิจ Oil
ที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ Non-Oil
นายพิทักษ์ กล่าวถึงทิศทางธุรกิจของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งหลังปี 2569
เชื่อว่ามีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งบริษัทฯ
จะรักษาความสามารถในการทำกำไร และการเติบโตอย่างมีคุณภาพ

ภายใต้โครงสร้างกลยุทธ์ “Powering Thai Lives: Everywhere.
Everyday. Everyone” โดยนำแนวคิด “One PTG”
มาใช้เชื่อมโยงฐานลูกค้า เครือข่าย ตลอดจนสินค้าและบริการของธุรกิจ Oil
และ Non-Oil
เพื่อเพิ่มโอกาสในการใช้บริการข้ามธุรกิจและสร้างการเติบโตร่วมกันภายใน
Ecosystem ควบคู่กับการบริหารต้นทุน ค่าใช้จ่าย
และการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยธุรกิจ Non-Oil
จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพของสาขาเดิม การบริหาร
ผลิตภัณฑ์และกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละพื้นที่
ตลอดจนการใช้ประโยชน์จากฐานสมาชิก PT Max Card
เพื่อสนับสนุนการใช้บริการข้ามธุรกิจ
ควบคู่กับการบริหารประสิทธิภาพต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
สำหรับธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย บริษัทฯ ได้ปรับเป้าหมายจำนวนสาขา ณ
สิ้นปี 2569 เป็น 2,751 สาขา
เพื่อให้สอดคล้องกับจังหวะการเปิดสาขาและแนวทางการคัดเลือกทำเลอย่าง
มีคุณภาพ ควบคู่กับการเพิ่มยอดขายต่อสาขา การพัฒนาผลิตภัณฑ์
และการขยายการมีส่วนร่วมของสมาชิก ขณะที่ธุรกิจก๊าซ LPG
ยังคงเป้าประมาณการตามเดิม โดยคาดว่าจะมีจุดจำหน่ายทั้งสิ้น 836
จุดให้บริการภายในสิ้นปี 2569
ในส่วนของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
โครงการโรงไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะของบริษัท พลังงานพัฒนา 5 จำกัด
ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2569
โดยในช่วงครึ่งหลังของปี บริษัทฯ จะรักษาเสถียรภาพของการผลิต
บริหารปริมาณและคุณภาพเชื้อเพลิง ตลอดจนควบคุมต้นทุนการดำเนินงาน
เพื่อสนับสนุนการรับรู้รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมา

ส 3/2569 เป็นต้นไป
และทยอยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว
นอกจากนี้ยังได้ปรับประมาณการ การเติบโตของยอดขายธุรกิจ Non-
Oil ในปี 2569 เป็น 20–30% YoY
เพื่อให้สอดคล้องกับจังหวะการขยายเครือข่ายและสภาพแวดล้อมการใช้จ่าย
ของผู้บริโภค อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายสัดส่วน
กำไรขั้นต้นจากธุรกิจ Non-Oil ที่ 40–45%
สะท้อนการให้ความสำคัญกับคุณภาพของรายได้ ประสิทธิภาพของสาขา
และความสามารถในการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง
เพื่อตอกย้ำความสำเร็จจากการบริหารพอร์ตธุรกิจที่สมดุล ล่าสุด PTG
ได้รับการคัดเลือกเป็นสมาชิก Sustainability Yearbook 2026
ในกลุ่มอุตสาหกรรม Retailing จากผลการประเมิน Corporate
Sustainability Assessment (CSA) โดย S&P Global
ซึ่งนับเป็นปีแรกที่บริษัทฯ ได้รับการยอมรับในรายงานระดับโลก
พร้อมทั้งได้รับการจัดอันดับใน Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี
2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของ PTG ในระดับภูมิภาค
ตลอดจนความก้าวหน้าในการพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงธุรกิจ
น้ำมัน, Non-Oil, ฐานสมาชิก Max Card และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้าด้วยกัน
เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมและยั่งยืน
ทั้งนี้ PTG มุ่งมั่นสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมผ่านการสร้างงาน
ยกระดับคุณภาพชีวิต และสนับสนุนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
ตามวิสัยทัศน์ “อยู่ดี มีสุข” ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและส่งเสริมการเติบโตขององค์
กรในระยะยาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *