


กรุงเทพฯ, 7 ตุลาคม 2569 – FREELANDER แบรนด์ยนตรกรรมอัจฉริยะระดับพรีเมียมสัญชาติอังกฤษ ที่ร่วมพัฒนาโดย JLR และ CHERY เผยโรดแมปการออกเดินทางสู่ตลาดต่างประเทศในงานเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา โดยปักหมุดวางภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นจุดเริ่มต้นเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการทำตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มที่ UAE เป็นแห่งแรก ก่อนทยอยรุกตลาดประเทศอื่นๆ โดยจะเริ่มจากตลาดรถพวงมาลัยซ้ายในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ก่อนจะบุกตลาดรถพวงมาลัยขวาในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และยุโรปในลำดับถัดไป โดยแผนการขยายตลาดดังกล่าว จะครอบคลุมทั้งความพร้อมด้านผลิตภัณฑ์ การพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ตลอดจนการดำเนินงานในแต่ละประเทศ เพื่อวางรากฐานที่แข็งแกร่งให้ FREELANDER ก้าวสู่ตลาดโลกในฐานะแบรนด์ยนตรกรรมชั้นนำระดับโลก
ออกสตาร์ทที่ UAE เพื่อปูทางสู่ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ
FREELANDER พร้อมรุกทำตลาดต่างประเทศ โดยจะเริ่มที่ตลาดรถยนต์พวงมาลัยซ้าย และได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายใน UAE 2 ราย ได้แก่ Al Tayer Motors ซึ่งดูแลดูไบและรัฐทางตอนเหนือ (Northern Emirates) และ Premier Motors ซึ่งดูแลอาบูดาบี ความร่วมมือนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของเครือข่ายการขายและบริการในพื้นที่ดังกล่าว โดยลูกค้าใน UAE สามารถลงทะเบียนแสดงความสนใจ FREELANDER 8 ได้แล้ว ส่วนแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และการส่งมอบรถ จะมีการประกาศผ่านช่องทางทางการของแบรนด์และพันธมิตรในลำดับต่อไป ซึ่งในไตรมาสที่ 4 FREELANDER มีแผนพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายในตลาดอื่น ๆ ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ได้แก่ กาตาร์ คูเวต บาห์เรน จอร์แดน และอียิปต์ และจะขยายสู่ตลาดรถยนต์พวงมาลัยซ้ายเพิ่มเติมในปี 2570
การเลือกตะวันออกกลางเป็นจุดเริ่มต้นของการทำตลาดต่างประเทศ สอดคล้องกับภาพลักษณ์และตัวตนของแบรนด์ รวมถึงความต้องการของผู้บริโภคในภูมิภาค ไม่ว่าเป็นการใช้รถเดินทางในเมือง เดินทางกับครอบครัว หรือขับลุยทะเลทราย ที่ผู้บริโภคต่างมองหาความสะดวกสบาย เทคโนโลยีอัจฉริยะ และสมรรถนะการขับขี่ในทุกสภาพเส้นทาง นอกจากนี้ อากาศที่ร้อนจัด ฝุ่น และสภาพถนนสุดท้าทาย ยังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาและทดสอบ FREELANDER 8 ทั้งด้านระบบปรับอากาศ โหมดขับขี่บนผืนทราย (Sand Mode) และฟีเจอร์ในห้องโดยสารที่ออกแบบให้เหมาะกับผู้ใช้ในภูมิภาค ล้วนสะท้อนแนวทางของแบรนด์ที่นำความต้องการเฉพาะของแต่ละภูมิภาคมาพิจารณาตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์
เปลี่ยนเลนสู่พวงมาลัยขวา มุ่งหน้าออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
ในการขยายสู่ตลาดต่างประเทศระยะที่ 2 FREELANDER จะต่อยอดจากตลาดรถพวงมาลัยซ้ายไปสู่ตลาดรถพวงมาลัยขวา โดยมีออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นเป้าหมายหลักในระยะแรก ส่วนตลาดอื่น ๆ จะประกาศเพิ่มเติมในอนาคต
ด้วยไลฟ์สไตล์การขับขี่ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ที่มีทั้งการใช้ชีวิตในเมือง การเดินทางไกล และการท่องเที่ยวผจญภัยกลางแจ้ง จึงสอดรับกับจุดเด่นของ FREELANDER ทั้งด้านคุณภาพระดับพรีเมียม ความสะดวกสบายของการใช้งานในชีวิตประจำวัน และสมรรถนะที่พร้อมลุยทุกสภาพเส้นทาง การพัฒนารถยนต์รุ่นพวงมาลัยขวาควบคู่กับการสร้างเครือข่ายพันธมิตรในแต่ละประเทศ จะช่วยให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าในต่างประเทศได้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ปักธงยุโรป ก่อนมุ่งหน้าไปต่อที่สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์
สำหรับระยะที่ 3 FREELANDER มีแผนนำรถยนต์ที่ผ่านมาตรฐานและข้อกำหนดของยุโรป เข้าทำตลาดในหลากหลายประเทศ อาทิ เยอรมนี อิตาลี เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ และสเปน ก่อนที่จะขยายต่อไปยังสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์ เพื่อส่งมอบเอกลักษณ์งานออกแบบสไตล์อังกฤษและเทคโนโลยีอัจฉริยะไปสู่ลูกค้าชาวยุโรปในวงกว้าง ทั้งนี้ กำหนดการเข้าทำตลาด รายละเอียดตัวรถ และรูปแบบการจำหน่ายของแต่ละประเทศ จะประกาศให้ทราบตามความคืบหน้าของแผนงานต่อไป
ขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาว ด้วยวิศวกรรมระดับโลกและบริการใกล้ชิดในทุกตลาด
การพัฒนารถยนต์เพื่อรองรับตลาดต่างประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการขยายตลาดในครั้งนี้ ทั้งรุ่นพวงมาลัยซ้าย พวงมาลัยขวา และมาตรฐานตามข้อกำหนดของยุโรป รวมถึงการพัฒนาและทดสอบให้พร้อมรับมือกับสภาพอากาศ สภาพถนน และความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ
ขณะเดียวกัน FREELANDER จะเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ทีมงานในแต่ละประเทศ และศักยภาพด้านการบริการลูกค้าไปพร้อมกับการขยายตลาด เพื่อสอดคล้องกับที่คุณลูเซีย เหมา (Ms. Lucia Mao) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FREELANDER International กล่าวในงานเปิดตัวว่า “คำมั่นสัญญาของแบรนด์จะเป็นจริงได้ ก็ต่อเมื่อเราทำให้เกิดขึ้นจริงในแต่ละประเทศผ่านการลงมือทำของทีมงาน พันธมิตร และการบริการของเรา”
FREELANDER พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตในตลาดโลกด้วยโรดแมปที่ชัดเจนและเป็นลำดับขั้น เริ่มต้นจาก UAE สู่ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และยุโรป และเมื่อผลิตภัณฑ์ รวมถึงเครือข่ายการขายและบริการในแต่ละประเทศมีความพร้อม แบรนด์เตรียมจะนำวิสัยทัศน์ “Beyond the Legend” ไปสู่ตลาดใหม่ ๆ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ผสานเอกลักษณ์งานออกแบบสไตล์อังกฤษ เทคโนโลยีอัจฉริยะ และสมรรถนะที่พร้อมลุยทุกสภาพเส้นทาง ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก
