



บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และ บริษัท อีวี มี
พลัส จำกัด (EVme) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU)
“ความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจเพื่อส่งเสริมการใช้และให้บริการยานยนต์ไฟฟ้
า”
เพื่อร่วมกันศึกษาและพัฒนาโมเดลธุรกิจรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับศูนย์บริการหลังการขาย (After-
Sales Service) สู่การเป็น One Stop Service สำหรับยานยนต์ทุกประเภท
พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก และ คุณรชา อุทัยจันทร์
รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท.
น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และ คุณเอกชัย ยิ้มสกุล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด
ร่วมเป็นผู้ลงนาม
ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV
Ecosystem) ภายในกลุ่ม ปตท. ให้มีความแข็งแกร่งและครบวงจรมากยิ่งขึ้น
ความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการยุคใหม่
วัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือในครั้งนี้
คือการศึกษาความเป็นไปได้และพัฒนาธุรกิจเพื่อส่งเสริมการใช้และให้บริการย
านยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในด้านการตรวจเช็กและซ่อมบำรุงตามระยะทาง
ซึ่งทาง EVme+ จะนำรถยนต์ไฟฟ้าในเครือข่ายเข้าใช้บริการที่ FIT Auto
เพื่อสร้างความพร้อมด้านบริการหลังการขาย และพัฒนาบุคลากรของ
FIT Auto ให้มีความเชี่ยวชาญและมาตรฐานขั้นสูงในการดูแลรถยนต์ไฟฟ้า
นอกจากนี้
ความร่วมมือดังกล่าวยังรวมไปถึงการทำกิจกรรมทางการตลาดร่วมกัน
และการพัฒนา Digital Platform รวมถึง Application เพื่อเชื่อมโยง
สิทธิประโยชน์และการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM)
ของทั้งสององค์กรเข้าด้วยกัน
ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความสำเร็จหลังจากที่ FIT Auto
ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศูนย์บริการเช็กระยะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า AION ES
แท็กซี่ ของ EVme+ ซึ่งปัจจุบันพร้อมเปิดให้บริการแล้วใน 6 สาขาต้นแบบ
สาขาวิภาวดี 62
สาขาวิภาวดี (ราบ 1)
สาขาหลวงแพ่ง-ลาดกระบัง
สาขาเคหะร่มเกล้า
สาขาพหลโยธิน กม.25
สาขาแยกหาดจอมเทียน
มุ่งสร้าง EV Service Network ขยายฐานลูกค้าร่วมกัน
การจับมือกันระหว่างสองผู้นำในครั้งนี้
ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้
กับลูกค้าของ EVme+ ด้วยมาตรฐานข้อมูลทางเทคนิคที่ถูกต้องเท่านั้น
แต่ยังเป็นการเสริมภาพลักษณ์ให้กับ OR และ FIT Auto
ในฐานะผู้นำศูนย์บริการครบวงจรยุคใหม่ที่รองรับทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป
(ICE) และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้าน Mobility ของ OR
อย่างลงตัว
นอกจากนี้
ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันขยายฐานลูกค้าเพื่อเพิ่มการรับรู้และการเข้าถึงกลุ่มเป้าห
มาย นับเป็นการสร้างเครือข่ายการบริการยานยนต์ไฟฟ้า (EV Service
Network) ที่เชื่อมโยงผู้ให้บริการ เทคโนโลยี
และพันธมิตรในอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน
เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน
