


มาห์เลเผยแพร่รายงานความยั่งยืนประจำปี 2568
ซึ่งรวมอยู่ในรายงานประจำปีของบริษัท
มาห์เลบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเร็วกว่ากำหนด
โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Scope 1 และ 2
ลงได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้ว ส่งผลให้เป้าหมายปี 2573 อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
มาห์เลยังคงมุ่งมั่นพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบทางจริยธรรมและมีความยั่งยื
นอย่างต่อเนื่อง
มาห์เลเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์จากวัสดุหมุนเวียน
โดยมีการนำวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพมาใช้มากขึ้น
อัตราการเกิดอุบัติเหตุลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เนื่องจากมีการเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบถือเป็นหัวใจสำคัญภายใต้กลยุทธ์องค์กรของมาห์เล
(MAHLE)
และแนวปฏิบัติดังกล่าวได้รับการเน้นย้ำความสำคัญในรายงานความยั่งยืนประจำปี
2568 ซึ่งรวมอยู่ในรายงานประจำปีของกลุ่มบริษัทเป็นครั้งแรก
รายงานดังกล่าวระบุว่า มาห์เลบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเร็วกว่ากำหนด
และมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องในการลดการปล่อยคาร์บอน
โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ไฟฟ้าและเชื้อเพลิง
(Scope 1 และ 2) ลงได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้วนับจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้เป้าหมายปี
2573 อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม นอกจากนี้ ในปีที่มีการรายงานนั้น
มาห์เลได้ยกระดับความมุ่งมั่นในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบทางจ
ริยธรรมและมีความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน
กลุ่มบริษัทได้เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน
โดยมีการนำวัสดุรีไซเคิลและวัสดุชีวภาพมาใช้มากขึ้น
ทั้งยังประสบความสำเร็จอย่างมากในการเสริมสร้างความปลอดภัยในการทำงาน
ส่งผลให้จำนวนการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องหยุดงานลดลงครึ่งหนึ่งนับตั้งแต่ปี
2565
และอัตราการเกิดอุบัติเหตุของบริษัทอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม
Seite 2 von 5
“การที่มาห์เลผนวกรายงานความยั่งยืนไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทเป็นครั้งแรก
สะท้อนให้เห็นว่าความยั่งยืนมีความสำคัญต่อทิศทางการดำเนินกลยุทธ์ในอนาคตของบริษั
ท” เกออร์ก ดีทซ์ (Georg Dietz) กรรมการบริหารกลุ่มบริษัทมาห์เล
ผู้รับผิดชอบด้านความยั่งยืน ความปลอดภัยในการทำงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อม กล่าว
“มาห์เลกำลังดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
และเรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งกับความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำ
งานในปี 2568”
ในปีที่ผ่านมา มาห์เลสามารถลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานลงได้ถึง 19%
โดยมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ต้องหยุดงานเพียง 1.7 ครั้ง ต่อชั่วโมงทำงาน 1
ล้านชั่วโมง ซึ่งแนวโน้มเชิงบวกดังกล่าวยังสะท้อนผ่านรางวัลต่าง ๆ
ที่องค์กรภายนอกมอบให้แก่สถานประกอบการของมาห์เล
เพื่อยกย่องผลการดำเนินงานที่โดดเด่นด้านสุขภาพและความปลอดภัยในการทำงาน
กลยุทธ์ที่หลากหลายในการลดคาร์บอน
“เราได้เสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่มีความยั่งยืนและมีความรับผิดชอบทั่วทั้งบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ”
คัทริน อาเพิล (Kathrin Apel) ผู้อำนวยการฝ่ายความยั่งยืน สุขภาพ
ความปลอดภัยในการทำงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมของมาห์เล กล่าว
“แนวคิดดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การใช้พลังงานและวัสดุอย่างมีประสิทธิภาพ
ไปจนถึงการผนวกรวมปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจในด้า
นการพัฒนา การจัดซื้อ และการผลิต”
ในปี 2568 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Scope 1 และ 2
จากกระบวนการผลิตของบริษัทและการใช้พลังงาน ลดลงกว่า 47% เมื่อเทียบกับปีฐาน
2562 ทำให้เหลืออีกไม่ถึงสองจุดเปอร์เซ็นต์ก็จะบรรลุเป้าหมายปี 2573 ซึ่งตั้งไว้ที่ 49%
ขณะเดียวกัน การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ Scope 3
จากห่วงโซ่อุปทานและการใช้ผลิตภัณฑ์ ลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีฐานเดียวกัน
มาห์เลลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างต่อเนื่องโดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่หลากหลาย
บริษัทใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วน 17%
ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในปี 2568
ขณะที่โรงงานของมาห์เลในเยอรมนีบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน
ด้วยการใช้ไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสีเขียวและการชดเชยการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
ด้านโรงงานแห่งหนึ่งในเมืองโมกีกัวซู
ได้กลายเป็นโรงงานแห่งที่สี่ในบราซิลที่ทำข้อตกลงจัดหาไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานสีเขียวใ
นปี 2568 นอกจากนี้ โรงงานของมาห์เลหลายแห่งทั่วยุโรป อเมริกาใต้ อินเดีย จีน
(กว่างโจว เซี่ยงไฮ้ และเสิ่นหยาง) รวมถึงในจังหวัดสมุทรปราการของไทย
ล้วนใช้ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทันสมัย
Seite 3 von 5
ปัจจุบัน มาห์เลได้ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าและความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ (PVT)
ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี ณ โรงงานของบริษัทในเมืองไวฮิงเงิน/เอนซ์ ครอบคลุมพื้นที่เกือบ
21,500 ตารางฟุต เพื่อผลิตไฟฟ้าและความร้อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน มาห์เลยังดำเนินการขยายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
โดยปัจจุบันมีการติดตั้งจุดชาร์จ MAHLE chargeBIG มากกว่า 300
จุดในลานจอดรถของพนักงานตามโรงงานหลายแห่งทั่วประเทศเยอรมนี
สำหรับการขนส่งภายในบริษัทระหว่างคลังสินค้ากลางของมาห์เลใกล้เมืองชตุทท์การ์ทกับโรงงานที่เมืองมูห์ลักเกอร์แ
ละไวฮิงเงิน
มีการเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันดีเซลจากเชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ HVO100
ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 90%
นอกจากนี้
มาห์เลได้พัฒนาวัสดุหลากหลายประเภทที่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซคาร์
บอนไดออกไซด์ตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ เช่น วัสดุที่ผ่านการรับรองจาก FSC (Forest
Stewardship Council) ซึ่งนำมาใช้ในการผลิตไส้กรองอากาศสำหรับห้องโดยสารรถยนต์
ห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบในระดับโลก
มาห์เลเข้าร่วมโครงการ Responsible Supply Chain Initiative (RSCI)
ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินการจัดซื้ออย่างโปร่งใส
โดยบริษัทดำเนินการตรวจสอบสถานประกอบการของซัพพลายเออร์อย่างสม่ำเสมอ
รวมถึงพิจารณาสภาพการทำงานและประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งการยกระดับความโปร่งใสของซัพพลายเออร์เช่นนี้
ช่วยให้มั่นใจได้ถึงการปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในจรรยาบรรณซัพพลายเออร์ของมา
ห์เล
สามารถอ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี 2568 ได้ที่เว็บไซต์ของมาห์เล
https://newsroom.mahle.com/press/en/publications/
