








สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก (DLT) จัดสาธิต “สถานีเบรก” (Brake Station) เพื่อศึกษาแนวทางเพิ่มทักษะการขับขี่ให้กับผู้ขอรับใบอนุญาตใบขับรถจักรยานยนต์ มุ่งเน้นส่งเสริมทักษะการเบรก การตัดสินใจ และการควบคุมรถจักรยานยนต์เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนน และสื่อมวลชน เข้าร่วมรับชมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ อาคาร 8 กรมการขนส่งทางบก
นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กล่าวว่า “สมาคมฯ ตระหนักและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการขับขี่อย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลจากการศึกษาอุบัติเหตุเชิงลึกของศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) พบว่า ร้อยละ 48 ของกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงของ รถจักรยานยนต์เกิดจากผู้ขับขี่ไม่มีการเบรกหรือหักหลบก่อนเกิดการชน สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนา ทักษะการใช้เบรกอย่างถูกวิธี การควบคุมรถอย่างเหมาะสม โดยแนวคิดดังกล่าวพัฒนาเป็น โครงการสถานีเบรก (Brake Station) ได้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสมาคมฯและสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย โดยมุ่งเน้นทักษะการเบรกและการหลีกเลี่ยงการชน (Collision Avoidance) ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่เชื่อมโยงกับการรับรู้ การตัดสินใจ สร้างผู้ขับขี่ที่มีคุณภาพและมีความตระหนักด้านความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งสมาคมฯ ยังพร้อมที่จะทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย
ภายในกิจกรรม ได้รับเกียรติจากคุณสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ผู้บริหารกรมการขนส่งทางบก ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย ภาคอุตสาหกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนนละสื่อมวลชน ได้ร่วมชมขั้นตอนการสาธิตการทดสอบสถานีเบรก พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับรูปแบบการทดสอบ โดยคำนึงถึงความปลอดภัย ความเหมาะสมของพื้นที่ ตลอดจนความเป็นไปได้ในการนำไปเป็นหนึ่งในสถานีสอบรับใบอนุญาตใบขับขี่รถจักรยานยนต์ในอนาคต
ทั้งนี้ การสาธิตสถานีเบรกยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาความเหมาะสม เพื่อรวบรวมข้อมูลและความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผลจากการสาธิตจะนำไปใช้ประกอบการทบทวนและปรับปรุงรูปแบบให้มีความเหมาะสม ปลอดภัย และสามารถดำเนินการได้จริง ก่อนหารือแนวทางการพัฒนาร่วมกับกรมการขนส่งทางบกในลำดับต่อไป
