

อินฟินีออนและมาห์เลผสานความเชี่ยวชาญในโครงการความร่วมมือระยะแรกเพื่อปกป้อง
โมดูลสมรรถนะสูงไม่ให้เกิดความร้อนสูงเกินปกติ
ระบบระบายความร้อนสามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ
รวมถึงการควบคุมการจ่ายไฟของดาต้าเซ็นเตอร์
ระบบระบายความร้อนของมาห์เลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับโมดูลของอินฟินีออน
เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อน ๆ
มาห์เลประสบความสำเร็จในการนำองค์ความรู้จากอุตสาหกรรมยานยนต์มาต่อยอดสู่ตลา
ดอื่น ๆ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านในระดับสูง
อาจทำให้เกิดความร้อนสะสมสูงเกินปกติจนเป็นปัญหาได้ ด้วยเหตุนี้
ระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญต่อสมรรถนะและการทำงา
นที่เสถียรของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ล่าสุด อินฟินีออน (Infineon)
ผู้ให้บริการโซลูชันเซมิคอนดักเตอร์ และ มาห์เล (MAHLE)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความร้อน ได้ผสานความเชี่ยวชาญร่วมกัน
โดยมาห์เลจะจัดหาระบบระบายความร้อนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อตอบโจทย์การ
พัฒนาโมดูลสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ล่าสุดของอินฟินีออนที่มีชื่อว่า EasyPACK™ S
โมดูลดังกล่าวทำหน้าที่ควบคุมสวิตช์เกียร์ไฟฟ้าและระบบการทำงานต่าง ๆ
และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายด้าน
ซึ่งรวมถึงการควบคุมแหล่งจ่ายไฟของดาต้าเซ็นเตอร์
นวัตกรรมระบายความร้อนจากมาห์เลจะช่วยให้โมดูลของอินฟินีออนทำงานได้เต็ม
ประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์รุ่นก่อน ๆ
ทั้งยังสามารถเพิ่มความทนทานและยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ได้อีกด้วย
คริสเตียน คึชลิน (Christian Kuechlin)
รองประธานหน่วยธุรกิจโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรมและงานเฉพาะด้านของมาห์เล กล่าวว่า
“ความร่วมมือกับอินฟินีออนเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของ
มาห์เลในการนำองค์ความรู้ที่สั่งสมจากอุตสาหกรรมยานยนต์มาต่อยอดสู่การใช้งา
นในภาคส่วนอื่น ๆ” ทั้งนี้
การนำความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์มาประยุกต์ใช้ในตลาดใหม่กำลังเป็นแรงขับเค
ลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจนอกอุตสาหกรรมยานยนต์ของมาห์เลเติบโตอย่างแข็งแก
ร่ง
พาวเวอร์โมดูลรุ่นใหม่จากอินฟินีออนให้ความหนาแน่นของกำลังไฟฟ้าสูงในขนาดที่กะทัดรัด
ขณะที่ระบบระบายความร้อนที่มาห์เลพัฒนาขึ้นนั้นมีขนาดประมาณช็อกโกแลตสองแท่งวาง
ซ้อนกัน และถูกติดตั้งลงบนแผงวงจรโดยตรง
เพื่อทำหน้าที่ระบายความร้อนออกจากโมดูลได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้สารหล่อเย็น
โครงการนี้สำเร็จลุล่วงในระยะเวลาอันรวดเร็วมาก
โดยใช้เวลาเพียงสี่เดือนในการผลิตและส่งมอบชิ้นงานต้นแบบชุดแรก
ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการทดสอบและตรวจสอบประสิทธิภาพโดยอินฟินีออน
การดำเนินงานที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพนี้ยืนยันได้ถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งของสองบ
ริษัท
รวมทั้งยังเป็นการวางรากฐานสำหรับโครงการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันในอนาคตอีกด้วย
ทั้งนี้ ภายใต้โครงสร้างฝ่ายขายของกลุ่มบริษัท
มาห์เลได้รวมกิจกรรมทางธุรกิจนอกอุตสาหกรรมยานยนต์เข้าด้วยกัน
และจัดตั้งเป็นหน่วยงานใหม่ในชื่อ โซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรมและงานเฉพาะด้าน
(Industrial and Special Solutions)
ซึ่งจะช่วยให้กลุ่มบริษัทสามารถเข้าถึงและตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเทคนิคการขายที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นสำคัญ
ควบคู่กับความเชี่ยวชาญในการพัฒนารูปแบบการใช้งาน
จะช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์เฉพาะของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างรวดเร็วขึ้นมาก
นอกจากนี้ มาห์เลยังบูรณาการการผลิต โลจิสติกส์ การจัดซื้อ
และการควบคุมคุณภาพให้เชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้กำลังการผลิตที่มีอยู่
ซึ่งจะช่วยรองรับการเติบโตของธุรกิจโซลูชันสำหรับภาคอุตสาหกรรมและงานเฉพาะด้านได้
อย่างเต็มศักยภาพต่อไป
