






กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 25 กันยายน 2569 –
เมื่อรถยนต์คันหนึ่งเข้ามาที่ศูนย์บริการพร้อมคำบอกเล่าจากลูกค้าว่า
‘รถมีอาการผิดปกติ’ งานของช่างเทคนิคไม่ได้เริ่มต้นที่การเปิดฝากระโปรงรถ
หรือการเสียบเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล แต่เริ่มจากการรับฟังอย่างละเอียด
เพื่อแยกแยะระหว่างอาการที่เกิดขึ้นจริงกับความกังวลของลูกค้า ก่อนนำความรู้
ประสบการณ์ และข้อมูลทางเทคนิคมาวิเคราะห์หาสาเหตุ
ในวันที่รถยนต์มีเทคโนโลยีซับซ้อนมากขึ้น
บทบาทของช่างเทคนิคจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการซ่อมบำรุงรถยนต์
แต่คือการเป็นผู้วิเคราะห์ปัญหา ผู้เชื่อมโยงข้อมูล
และผู้สื่อสารที่ช่วยเปลี่ยนความกังวลของลูกค้าให้เป็นความมั่นใจ
ด้วยความเชื่อว่า ‘คนคือหัวใจของงานบริการหลังการขาย’ ฟอร์ด ประเทศไทย
จึงเดินหน้าจัดการแข่งขันทักษะช่างเทคนิคฟอร์ด เป็นปีที่ 20
ไม่ใช่เพียงเพื่อหาผู้ชนะ
แต่เพื่อผลักดันให้ช่างเทคนิคทั่วประเทศพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
และพร้อมส่งมอบงานบำรุงรักษาตามมาตรฐานของฟอร์ดที่มุ่งแก้ไขปัญหาได้ถู
กต้องตั้งแต่ครั้งแรก เพื่อให้ลูกค้านำรถกลับไปใช้งานได้อย่างมั่นใจ
“สำหรับฟอร์ด
ความเชี่ยวชาญของช่างเทคนิคไม่ได้วัดจากความสามารถในการซ่อมรถเพียงอ
ย่างเดียว แต่เริ่มจากการเข้าใจปัญหาอย่างรอบด้านตั้งแต่แรก
เพราะเมื่อวิเคราะห์สาเหตุได้ถูกต้อง
การตัดสินใจในทุกขั้นตอนหลังจากนั้นก็จะมีความแม่นยำ
เปรียบเสมือนการติดกระดุมให้ถูกต้องตั้งแต่เม็ดแรก ขณะเดียวกัน
ช่างเทคนิคต้องสามารถอธิบายเรื่องทางเทคนิคที่ซับซ้อนให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย
เพื่อเปลี่ยนความกังวลให้เป็นความมั่นใจ
เพราะเราเชื่อว่าประสบการณ์การบริการที่ดีเริ่มต้นจากการเข้าใจลูกค้าอย่างแท้
จริง” นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว
มากกว่าทักษะงานซ่อม
คือความสามารถในการวิเคราะห์และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า
การแข่งขันทักษะช่างเทคนิคฟอร์ดในปีนี้ได้รับความสนใจจากช่างเทคนิคทั่วป
ระเทศ มีผู้สมัครเข้าร่วมในรอบแรกถึง 270 คน จากผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ
ก่อนผ่านการคัดเลือกเหลือ 10 คนสุดท้าย ในรอบชิงชนะเลิศ
สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเครือข่ายผู้จำหน่ายฟอร์ดในการสนับสนุนการพัฒนา
ศักยภาพบุคลากรด้านงานบริหารหลังการขายอย่างต่อเนื่อง
การคัดเลือกในรอบแรกทดสอบทั้งความรู้ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฟอร์ด
ทักษะการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาระบบต่างๆ ในรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์
และฟอร์ด เอเวอเรสต์
ตลอดจนความเข้าใจในบทบาทและมาตรฐานการทำงานของช่างเทคนิคฟอร์ด
เช่น การอัปเดตข่าวสาร นโยบายการรับประกันคุณภาพ เป็นต้น
สำหรับปีนี้ ฟอร์ดได้นำรูปแบบ การแข่งขันเดี่ยว กลับมาใช้อีกครั้ง
หลังจากปีที่ผ่านมาเป็นการแข่งขันแบบทีม
เพื่อเปิดโอกาสให้ช่างเทคนิคแต่ละคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่
และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทักษะรายบุคคลอย่างต่อเนื่อง
การแข่งขันในภาคปฏิบัติ
ภายใต้โจทย์สถานการณ์จำลองแบบเดียวกันในห้องแข่งขันทั้ง 5 ห้อง
จะมีทีมวิศวกรบริการเทคนิคฟอร์ด คอยตรวจการทำข้อสอบอย่างเข้มข้น
โดยมีรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ เกียร์ 6 สปีด
มาใช้เป็นโจทย์ในการให้ช่างเทคนิคแก้ปัญหาในครั้งนี้
โจทย์การแข่งขันไม่ได้ทดสอบเพียงความรู้ทางเทคนิค
แต่ยังต้องอาศัยศาสตร์ของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
เนื่องจากในสถานการณ์จริงที่ศูนย์บริการ
ช่างเทคนิคต้องรับฟังข้อมูลจากลูกค้า และต้องแยกแยะ
‘ระหว่างปัญหาที่เกิดขึ้นจริง’ กับ ‘ข้อกังวลของลูกค้า’ ให้ได้
ก่อนจะนำไปสู่การวิเคราะห์สาเหตุและลงมือแก้ไข
รวมถึงการสื่อสารเมื่อส่งมอบรถให้ลูกค้า
ที่ต้องอธิบายข้อมูลทางเทคนิคที่ซับซ้อนให้ลูกค้าเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน
และมั่นใจในแนวทางแก้ไข
มุ่งสู่เป้าหมาย ส่งมอบรถที่บำรุงรักษาตามมาตรฐานได้ตั้งแต่ครั้งแรก
เบื้องหลังงานบริการหลังการขายของฟอร์ด คือแนวคิด Fix It Right First Time
(FIRFT) หรือ การแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งในปัจจุบัน
ฟอร์ดมีดัชนีการซ่อมเสร็จตั้งแต่ครั้งแรกสูงถึง 96% (ข้อมูล ณ วันที่ 31
สิงหาคม 2569) ซึ่งแนวคิดนี้
เกิดขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ของลูกค้า
ให้ลูกค้ารถฟอร์ดได้รับรถกลับไปใช้งานได้อย่างมั่นใจ การบรรลุเป้าหมายนี้
ไม่ได้อาศัยเพียงประสบการณ์ของช่างเทคนิคเท่านั้น
แต่ยังต้องอาศัยความสามารถในการใช้ข้อมูลด้านเทคโนโลยี
และองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมมาประกอบการวิเคราะห์
เพื่อช่วยให้สามารถระบุสาเหตุของปัญหาได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น
ในการแข่งขันปีนี้ ฟอร์ดได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันใช้ข้อมูลจากระบบ
Connected Vehicle
ซึ่งเป็นข้อมูลการทำงานของรถยนต์ที่ถูกจัดเก็บอยู่ในระบบหลังบ้านของฟอร์ด
เพื่อจำลองแนวทางการทำงานจริงที่ช่างเทคนิคในศูนย์บริการสามารถใช้ข้อมูล
เชิงลึกประกอบการวิเคราะห์ปัญหารถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อมูลดังกล่าวช่วยให้ช่างเทคนิคเห็นข้อมูลการทำงานของตัวรถ
ประวัติการแจ้งเตือน และข้อมูลทางเทคนิคที่เกี่ยวข้อง
นำมาช่วยยืนยันสมมติฐานและวิเคราะห์สาเหตุได้แม่นยำ
ทำให้สามารถเลือกแนวทางแก้ไขได้รวดเร็วขึ้น
การแข่งขันในปีนี้จึงไม่ได้ทดสอบเพียงทักษะการบำรุงรักษารถ
แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของช่างเทคนิคฟอร์ดในการประยุกต์ใช้ข้อมู
ลและเทคโนโลยี
เพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับรถกลับไปใช้งานได้รวดเร็วและมั่นใจมากยิ่งขึ้น
สร้างบุคลากรคุณภาพ เพื่อมาตรฐานการบริการที่แข็งแกร่ง
ปัจจุบัน ฟอร์ดมีช่างเทคนิคจำนวน 876 คนทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 31
สิงหาคม 2569) ที่ได้รับการพัฒนาตามเส้นทางวิชาชีพด้านงานบำรุงรักษา
โดยเกือบครึ่ง หรือ 350 คน
ผ่านการรับรองเป็นช่างเทคนิคระดับสูงสุดด้านการวิเคราะห์ปัญหาขั้นสูง
สะท้อนถึงการลงทุนในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรอย่างเป็นระบบ
เพื่อรองรับการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหารถยนต์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในยุค
ปัจจุบัน การแข่งขันทักษะช่างเทคนิคจึงไม่ได้เป็นเพียงเวทีเพื่อค้นหาผู้ชนะ
แต่เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้
การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
และการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพให้กับบุคลากรทั่วทั้งเครือข่าย
“แม้เทคโนโลยีจะช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลมีความแม่นยำมากขึ้น
แต่หัวใจสำคัญของการบริการยังคงเป็น ‘บุคลากร’
ฟอร์ดจึงมุ่งมั่นพัฒนาช่างเทคนิคอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างถูกต้อง ส่งมอบงานซ่อมที่มีคุณภาพ
และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในทุกครั้งที่เข้ารับบริการ”
จากเวทีแข่งขัน สู่การดูแลลูกค้าจริง
นายศราวุธ ละมูล หัวหน้าช่างเทคนิคระดับ L3
ผู้ชนะการแข่งขันทักษะช่างเทคนิคฟอร์ด ประจำปี 2569 กล่าวว่า
การคว้ารางวัลในปีนี้เป็นผลจากการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
หลังจากเคยเข้าร่วมการแข่งขันเมื่อปีที่ผ่านมาและได้รับรางวัลชมเชย
โดยได้นำประสบการณ์จากการแข่งขันครั้งก่อนกลับไปทบทวนจุดที่ต้องปรับปรุ
ง และศึกษาข้อมูลทางเทคนิคและกระบวนการซ่อมเพิ่มเติม
เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการแข่งขันปีนี้ และยังมองว่า
การแข่งขันมีส่วนสำคัญในการต่อยอดทักษะที่นำไปใช้ในการดูแลลูกค้าได้จริง
โดยเฉพาะการฝึกกระบวนการคิดวิเคราะห์ภายใต้เวลาที่จำกัด
ซึ่งเป็นสถานการณ์เดียวกับที่เกิดขึ้นในการทำงานจริงที่ศูนย์บริการ
“สิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการแข่งขันคือ
การวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบและไม่ด่วนสรุป ทุกครั้งที่ลูกค้านำรถเข้ามา
เราต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือปัญหาที่เกิดขึ้นจริง
ซึ่งระบบเทคโนโลยีของฟอร์ดช่วยส่วนนี้ได้เยอะมากในการเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก
เพื่อใช้ในการวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงได้แม่นยำ
ช่วยยืนยันสาเหตุของปัญหาและเชื่อมโยงกับอาการที่ลูกค้ารับรู้
ทำให้การบำรุงรักษารถมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”
ในฐานะผู้ชนะการแข่งขันปีนี้
ซึ่งจะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันทักษะช่างเทคนิคฟอร์ดในระดั
บนานาชาติในเดือนพฤศจิกายน นายศราวุธ กล่าวว่า
“ผมรู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ส่วนตัวเป็นคนที่ชอบการแข่งขัน
เพราะทุกครั้งที่ลงแข่งทำให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติที่กำลังจะมาถึง ผมจะเตรียมตัวให้ดีที่สุด
เพิ่มความละเอียดในทุกขั้นตอนการทำงาน
และยึดมั่นในมาตรฐานการซ่อมของฟอร์ด
เพื่อทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยอย่างดีที่สุด”
ผลการแข่งขันทักษะช่างเทคนิคฟอร์ด ประจำปี 2569
รางวัลชนะเลิศ: นายศราวุธ ละมูล จาก ฟอร์ด อาร์เอ็มเอ หัวหมาก
กรุงเทพมหานคร
รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง: นายอนิรุตน์ แจ้งจิตร์ จาก ฟอร์ด
เตชอัมพร สมุทรสงคราม
รางวัลรองชนะเลิศอันดับสอง: นายปรเมษฐ์ อุบลมณี จาก ฟอร์ด พระราม
4
รางวัลชมเชย 7 รางวัล ได้แก่
o นายคงเขต ไชยอุด จาก ฟอร์ด อเมริกัน มอเตอร์ส สาขาบ้านดู่
จังหวัดเชียงราย
o นายประณต ภู่พะเนียต จาก ฟอร์ด อาร์เอ็มเอ หัวหมาก
กรุงเทพมหานคร
o นายวิทวัท พอพระ จาก ฟอร์ด พีอาร์ มอเตอร์ จังหวัดสกลนคร
o นายวรเชษฐ์ แก้วน้อย จาก ฟอร์ด วี กรุ๊ป คาร์ เชียงใหม่
o นายวรวิทย์ มณีสวาท จาก ฟอร์ด ฑีฆเจริญ จังหวัดหนองคาย
o นายอรรถพล สิงห์อ้น จาก ฟอร์ด เอก ติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี
o นายอาลักษณ์ ดิษยวณิช จาก ฟอร์ด ราชพฤกษ์ พระราม 5
จังหวัดนนทบุรี
