ปอร์เช่ เผยยอดส่งมอบไตรมาสแรก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านด้านผลิตภัณฑ์

ปอร์เช่ เผยยอดส่งมอบไตรมาสแรก สะท้อนการเปลี่ยนผ่านด้านผลิตภัณฑ์

ปอร์เช่ส่งมอบรถสปอร์ต 60,991 คันในไตรมาสแรก (ลดลง 15%)การยุติการผลิตปอร์เช่ 718 เครื่องยนต์สันดาป การเร่งส่งมอบมาคันน์ พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และการยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถไฟฟ้าและไฮบริดในสหรัฐฯ ส่งผลให้ยอดขายลดลงตามคาดปอร์เช่ 911 ยังคงได้รับความนิยมสูง (เพิ่มขึ้น 22%)อเมริกาเหนือกลับมาเป็นตลาดหลักอีกครั้ง ด้วยยอดส่งมอบ 18,344 คันโครงสร้างยอดขายยังคงสมดุล ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

สตุ๊ทการ์ท. 

ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) ส่งมอบรถรวม 60,991 คัน ให้ลูกค้าทั่วโลกในไตรมาสแรกของปี (ยอดส่งมอบปีก่อน 71,470 คัน) ซึ่งลดลง 15% โดยมีปัจจัยหลักจากการยุติการผลิตปอร์เช่ 718 เครื่องยนต์สันดาป การเร่งส่งมอบมาคันน์ (Macan) ไฟฟ้าที่สูงในช่วงเดียวกันของปีก่อน และการยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถไฟฟ้าและไฮบริดในสหรัฐอเมริกา

ในขณะเดียวกันรถสปอร์ตตระกูล 911 ยังคงได้รับความนิยมจากลูกค้า โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีมียอดส่งมอบรถสปอร์ตรุ่นไอคอนิกเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปอร์เช่ได้รักษาสัดส่วนรุ่นย่อยในแต่ละไลน์อัพได้อย่างสมดุล โดยมีสัดส่วนของรุ่นจีอีเอส เทอร์โบ และจีที ในระดับสูง และในภาพรวม ปอร์เช่ยังคงโครงสร้างยอดขายที่สมดุลในทุกภูมิภาคทั่วโลก

แมทเธียส เบ็คเคอร์ (Matthias Becker) กรรมการบริหารฝ่ายการขายและการตลาดของปอร์เช่ เอจี กล่าวว่า “หลังจากการยุติการผลิตปอร์เช่ 718 รุ่นเครื่องยนต์สันดาป และยอดส่งมอบที่แข็งแกร่งของมาคันน์ พลังงานไฟฟ้าในช่วงเปิดตัว ทำให้ยอดส่งมอบรถของเราอยู่ต่ำกว่าปีก่อน แต่โดยรวมยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ ความนิยมอย่างต่อเนื่องของปอร์เช่ 911 และสัดส่วนของรุ่นสมรรถนะสูง สะท้อนอย่างชัดเจนว่ารากฐานยนตรกรรมสปอร์ตของเรายังคงแข็งแกร่ง และในอีกหลายเดือนข้างหน้า เราจะให้ความสำคัญกับการเปิดตัวคาเยนน์ อิเล็กทริค (Cayenne Electric) สู่ตลาด และจะเริ่มส่งมอบให้ลูกค้ากลุ่มแรกตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนเป็นต้นไป”

อเมริกาเหนือยังคงเป็นภูมิภาคที่มียอดขายสูงสุด
ในภูมิภาคการขายทั่วโลก อเมริกาเหนือได้กลับขึ้นเป็นผู้นำอีกครั้งด้วยยอดส่งมอบ 18,344 คัน หลังจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดส่งมอบที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษจากการเร่งส่งมอบมาคันน์ พลังงานไฟฟ้า และในปัจจุบัน ภูมิภาคนี้มียอดส่งมอบลดลง 11% เมื่อเทียบกับปี 2025 ขณะที่ประเทศเยอรมนีมียอดส่งมอบ 7,778 คัน สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย (เพิ่มขึ้น 4%) และตลาดในยุโรป (ไม่รวมเยอรมนี) มียอดส่งมอบรถ 14,710 คันในไตรมาสแรก (ลดลง 18%) โดยมีปัจจัยหลักจากการเร่งส่งมอบมาคันน์ พลังงานไฟฟ้าในปีก่อน

ในประเทศจีน สามารถส่งมอบรถให้ลูกค้าทั้งหมด 7,519 คัน (ลดลง 21%) โดยการลดลงมีปัจจัยหลักจากสภาพตลาดที่ยังคงท้าทายอย่างต่อเนื่อง และแนวทางการขายที่ให้ความสำคัญกับคุณค่า โดยในกลุ่มตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่ มียอดส่งมอบรถ 12,640 คัน ซึ่งลดลง 20% ซึ่งมีสาเหตุจากการยุติการผลิตปอร์เช่ 718 เครื่องยนต์สันดาป และความสำเร็จของการเปิดตัวมาคันน์ พลังงานไฟฟ้าในช่วงปีก่อน

คาเยนน์ ครองตำแหน่งรุ่นขายดีที่สุดในไตรมาสแรก
ในทุกรุ่นของปอร์เช่ คาเยนน์สามารถทำยอดส่งมอบสูงสุดที่ 19,183 คัน (ลดลง 4%) โดยได้ทยอยเปิดตัวคาเยนน์ อิเล็กทริค ทั่วโลกตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนเป็นต้นไป และปอร์เช่ยังได้ส่งมอบรถสปอร์ต 911 จำนวน 13,889 คันในไตรมาสแรก ซึ่งเพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตอกย้ำสถานะผู้นำด้านยนตรกรรมสปอร์ต

มาคันน์มียอดส่งมอบรวม 18,209 คัน โดยเป็นรุ่นเครื่องยนต์สันดาป 10,130 คัน ซึ่งปอร์เช่ยังคงจำหน่ายในตลาดส่วนใหญ่นอกสหภาพยุโรป และจะเดินหน้าการผลิตต่อไปจนถึงช่วงฤดูร้อนปี 2026 ส่วนมาคันน์ พลังงานไฟฟ้ามียอดส่งมอบ 8,079 คัน โดยภาพรวมมาคันน์มียอดส่งมอบลดลง 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า การเปิดตัวมาคันน์ พลังงานไฟฟ้าในช่วงเดียวกันของปีก่อน และการยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับรถไฟฟ้าและไฮบริดในสหรัฐอเมริกา

สำหรับพานาเมร่า (Panamera) ปอร์เช่ได้ส่งมอบจำนวน 4,498 คันในไตรมาสแรก โดยลดลง 42% จากการเตรียมเปิดตัวรุ่น Pure Editions ในประเทศจีนตั้งแต่เดือนเมษายน ส่งผลให้เกิดช่วงเปลี่ยนผ่านของรุ่นรถในไตรมาสแรก โดย Pure Editions พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับตลาดจีน และมาพร้อมแพ็กเกจภายนอกและภายในที่โดดเด่น ขณะที่ปอร์เช่ 718 บ็อกสเตอร์ (718 Boxster) และปอร์เช่ 718 เคย์แมน (718 Cayman) ทำยอดส่งมอบรวม 1,792 คัน ซึ่งลดลง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปอร์เช่ได้ยุติการผลิตตระกูล 718 ไปในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และปอร์เช่ได้ส่งมอบไทคานน์ จำนวน 3,420 คันในไตรมาสแรก ซึ่งลดลง 19%

สำหรับทิศทางในช่วงที่เหลือของปี แมทเธียส เบ็คเคอร์ กล่าวว่า “เราคำนึงถึงข้อจำกัดด้านความพร้อมของรุ่นรถในการวางแผนปี 2026 และทำงานอย่างใกล้ชิดกับภูมิภาคการขายทั่วโลก เรามุ่งรักษาสมดุลระหว่างความต้องการของลูกค้าและจำนวนรถอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทาง Value over Volume”

จำนวนยอดส่งมอบของปอร์เช่

ของปอร์เช่
มกราคม – มีนาคม
20252026ผลต่าง
ทั่วโลก71,47060,991-15%
เยอรมนี7,4957,778+4%
อเมริกาเหนือ20,69818,344-11%
จีน9,4717,519-21%
ยุโรป (ไม่รวมเยอรมนี)18,01714,710-18%
ตลาดต่างประเทศและตลาดเกิดใหม่15,78912,640-20%

เกี่ยวกับปอร์เช่ ประเทศไทย
ปอร์เช่ ประเทศไทย ดำเนินการโดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ อิมพอร์ต จำกัด (AAS Auto Import Co., Ltd.) เป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวของยนตรกรรมสปอร์ต ปอร์เช่ ในประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2536 แบรนด์ปอร์เช่ เป็นผู้ผลิตรถยนต์สปอร์ตหรูชั้นนำจากเมือง สตุ๊ทการ์ท ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีชื่อเสียงจากรุ่นในตำนานอย่าง 911, 718, Cayenne, Macan, Panamera และ Taycan ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ที่เปิดตัวในปี 2562 และในปี 2567 ได้เปิดตัว Macan ยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของปอร์เช่

ปัจจุบัน ปอร์เช่ ประเทศไทย มีโชว์รูมและศูนย์บริการเปิดให้บริการ 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ Porsche Centre Bangkok (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Centre Pattanakarn (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Centre Bangna (บริหารงานโดย บริษัท สตุทการ์ต ออโต้โมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด), Porsche Centre Pattaya (บริหารงานโดย บริษัท ไซม์ ดาร์บี้ ออโต้ สปอร์ตส จำกัด), Porsche Store Bangkok ที่ศูนย์การค้า Emsphere (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Studio Siam Paragon ชั้น 2 (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด) และ Porsche Now Bangkok ที่กำลังจะเปิดตัวเป็น Porsche Centre Kanlapaphruek อย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *