




บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย นำโดย คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7
ใหม่ เฉลิมฉลองความประณีตแห่งงานฝีมือเข้ากับศาสตร์และศิลป์แห่งยนตรกรรมผ่านงาน “Driven by Dedication” ณ ดิบ บางกอก
(ในภาพจากซ้าย) คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล
ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มร. ธอมัส กอเรียน
ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และคุณกวี ธนวัฒน์เดช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
กรุงเทพฯ. บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย
เฉลิมฉลองความประณีตแห่งงานฝีมือเข้ากับศาสตร์และศิลป์แห่งยนตรกรรมผ่านงาน “Driven by Dedication” ณ ดิบ
บางกอก ในการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ยนตรกรรมซีดานหรูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นดุจประติมากรรมเคลื่อนที่
ถ่ายทอดสุนทรียภาพแห่งการออกแบบและมิติทางวัฒนธรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่สง่างาม ระบบไฟส่องสว่างที่สะท้อนคาแรกเตอร์เฉพาะตัว
และงานฝีมือชั้นยอดภายในห้องโดยสารที่สัมผัสได้ในทุกรายละเอียด บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ซึ่งประกอบด้วย
บีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport ขุมพลังไฟฟ้าล้วน บีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ระบบปลั๊กอินไฮบริด
และบีเอ็มดับเบิลยู 740d xDrive M Sport เครื่องยนต์ดีเซล
ได้นำวิสัยทัศน์ด้านงานออกแบบและนวัตกรรมดิจิทัลจากเจเนอเรชัน Neue Klasse มาสู่รถยนต์หรูในตระกูลนี้เป็นครั้งแรก
โดยภายในงาน ได้มีการจัดแสดงบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่นี้เคียงข้างผลงานสำคัญแห่งหน้าประวัติศาสตร์จาก BMW Art
Car Collection และมรดกอันทรงคุณค่าของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 เพื่อร่วมค้นหาคำตอบว่าความมุ่งมั่นอย่าง
ไม่ลดละ สามารถพลิกโฉมยานยนต์ให้กลายเป็นงานศิลปะที่มีชีวิต
เพื่อสุนทรียภาพแห่งการเดินทางทั้งในด้านร่างกายและจิตใจได้อย่างไร
คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ผลงานชิ้นเอกทุกชิ้น
ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะหรือวิศวกรรม ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากความมุ่งมั่นอันแรงกล้า นิทรรศการ ‘Driven by Dedication’ นี้
จึงเป็นโอกาสสำคัญที่
เราได้นำเสนอมรดกทางศิลปะอันทรงคุณค่าตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมาของบีเอ็มดับเบิลยู ควบคู่กับกับก้าวต่อไปของ
ยนตรกรรมซีดานระดับแฟลกชิปของเรา โดยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่
คือผลงานศิลปะแห่งโลกยานยนต์ที่หลอมรวมความประณีตของงานฝีมือ
สุนทรียภาพแห่งความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส และนวัตกรรมล้ำยุคอย่างเทคโนโลยี
Neue Klasse เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเราที่ไม่เคยหยุดก้าวสู่อนาคต”
ไม่เพียงแค่งานทัศนศิลป์ที่สะกดสายตา งาน “Driven by Dedication” ยังร่วมเฉลิมฉลองศิลปะแห่งเสียงดนตรี
ผ่านประสบการณ์ BMW Immersive Sound Experience แบบอินเทอร์แอคทีฟ
ทั้งบริเวณพื้นที่จัดแสดงและภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ด้วยสุดยอดเทคโนโลยีจาก Bowers &
Wilkins และ Dolby Atmos ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินสามารถรังสรรค์มิติเสียงแบบสามมิติโอบล้อมผู้ฟังจากทุกทิศทาง
พาคุณดำดิ่งสู่บทเพลงและเรื่องราวที่หลงใหลได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
พร้อมพลิกโฉมห้องโดยสารให้กลายเป็นคอนเสิร์ตฮอลล์เคลื่อนที่อย่างสมบูรณ์แบบประสบการณ์เสียงอันสมจริงนี้ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูในการมอบความเป็นเลิศในทุกรายละเอียด
ด้วยการผสานเทคโนโลยีระบบเสียงขั้นสูงเข้ากับวิศวกรรมเสียงอันพิถีพิถัน เพื่อส่งมอบความคมชัด มิติเสียงที่ล้ำลึก
และความแม่นยำเหนือระดับในทุกการเดินทาง
ลูกค้าผู้ที่สนใจ สามารถสัมผัสยนตรกรรมบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ นี้ได้ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43
ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี
นอกจากนี้ จิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์ของบีเอ็มดับเบิลยูยังได้รับการถ่ายทอด ณ ดิบ บางกอก
พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยนานาชาติชั้นนำของประเทศไทย ผ่านเรื่องราวของ BMW Art Car Collection
ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2518 เมื่อแอร์เว ปูแลง (Hervé Poulain) นักแข่งรถชาวฝรั่งเศส เชิญอเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์
(Alexander Calder) เพื่อนศิลปินของเขา มาร่วมเปลี่ยนรถแข่งให้กลายเป็นประติมากรรมเคลื่อนที่
โดยคาลเดอร์ได้แต่งแต้มรถยนต์สมรรถนะสูง BMW 3.0 CSL ด้วยแถบสีแม่สีสดใสขนาดใหญ่ จนเกิดเป็น BMW Art
Car คันแรก โดยระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม ถึง 28 พฤศจิกายน 2569 แบบจำลอง BMW 3.0 CSL Art Car ในอัตราส่วน
1:5 ซึ่งสร้างสรรค์โดยคาลเดอร์ จะจัดแสดงที่ดิบ บางกอก ด้วยการสนับสนุนจาก BMW Group Culture
โดยแบบจำลองดังกล่าวจัดแสดงเชื่อมโยงกับนิทรรศการปัจจุบันของพิพิธภัณฑ์ Giving Life
ซึ่งสำรวจวิธีที่ศิลปินถ่ายทอดชีวิตให้กับวัตถุ และนำเสนอผลงานศิลปะชิ้นสำคัญของ อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ ด้วย
บีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport ใหม่ (จำกัดจำนวนเพียง 12 คันเท่านั้น)
ราคา: 6,999,000 บาท (สี Single-tone) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard)
ราคา: 7,599,000 บาท (สี Two-tone) (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ใหม่
ราคา: คาดการณ์ราคาจำหน่ายไม่เกิน 6,800,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู 740d xDrive M Sport ใหม่
ราคา: คาดการณ์ราคาจำหน่ายไม่เกิน 6,800,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็กเกจ BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ นำนวัตกรรมจากเจเนอเรชัน Neue Klasse มาสู่รถยนต์ซีดานระดับหรูของบีเอ็มดับเบิลยู
เป็นครั้งแรก สร้างก้าวกระโดดครั้งสำคัญทั้งการออกแบบและเทคโนโลยีความหรูหรา โดยทั้งสามรุ่นโดดเด่นด้วย
การผสมผสานรูปลักษณ์ใหม่อันสง่างามทรงพลัง
ห้องโดยสารที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมดิจิทัลตอบสนองการใช้งานอย่างอัจฉริยะ
ประสบการณ์ความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาสสำหรับผู้โดยสาร และสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติ

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ น่าจดจำตั้งแต่แรกเห็นด้วยส่วนหน้ารถที่ออกแบบขึ้นมาใหม่
และพื้นผิวตัวถังที่สะอาดตาแต่ยังเปี่ยมด้วยมิติ รูปทรงภายนอกที่ดูสง่างามและไร้รอยต่อ ผสมผสานกับกระจังหน้าใหม่
BMW kidney Iconic Glow พร้อมด้วยไฟหน้าแบบ Crystal ที่เรียบหรู
เสริมรูปลักษณ์ที่สะกดสายตาและเป็นที่จดจำในทันที ด้านข้างตัวถังลดทอนความซับซ้อนบนพื้นผิว
เส้นสายคาแรกเตอร์ที่คมชัด เข้ากันกับมือจับประตูดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบ Soft Close
และระบบ Ceremonial Access ที่ต้อนรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยพรมแสงไฟแบบไดนามิกพร้อมชุดแต่ง Illuminated
M Door Sills บริเวณกรอบประตู ขณะที่ท้ายรถโดดเด่นไม่แพ้กันด้วยชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่และรูปทรงที่ชัดเจน
ชุดแต่ง M Sport ในบีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport และบีเอ็มดับเบิลยู 740d xDrive M Sport
เสริมความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวให้กับรูปลักษณ์ภายนอก ด้วยชุดแต่งตัวถังแบบ M Sport รอบคัน และคาลิเปอร์เบรก M
Sport สีน้ำเงินเข้มเมทัลลิก ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive มาพร้อมชุดแต่งภายนอก M Sport
ควบคู่กับอุปกรณ์เสริมพิเศษจาก
ชุดแต่ง M Sport package Pro อาทิ ไฟหน้า M Lights Shadowline และคาลิเปอร์เบรก M Sport สีดำเงา
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ยังผสานเทคโนโลยีล่าสุดจากเจเนอเรชัน Neue Klasse ผ่านระบบแสดงผลและควบคุม
BMW Panoramic iDrive ซึ่งทำงานบนระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X เปิดมิติใหม่ให้กับการออกแบบ
ที่ยังคงให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่ในแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมเสริมความสามารถในการปรับแต่งประสบการณ์
ให้เหมาะกับผู้ขับขี่แต่ละคน แผงหน้าปัดดีไซน์ใหม่ ใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอกลาง Central Display
ที่ติดตั้งมาแบบลอยตัวในตำแหน่งที่รองรับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำงานร่วมกับ BMW Panoramic
Vision นำข้อมูลหลากหลายมาแสดงตลอดแนวด้านหน้ารถ และ BMW 3D Head-Up Display
ที่แสดงข้อมูลสำคัญในระดับสายตาของผู้ขับขี่โดยตรง อีกหนึ่งอุปกรณ์ใหม่ที่พร้อมให้สัมผัสกันเป็นครั้งแรกคือ หน้าจอ
BMW Passenger Screen ขนาด 14.6 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในซีรีส์ 7 ใหม่ทุกรุ่น โดยจัดวางเคียงข้างหน้าจอ
Central Display เพื่อมอบประสบการณ์ความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารเบาะหน้าตลอดการเดินทาง
นอกจากนี้ ห้องโดยสารส่วนหน้าของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ยังยกระดับด้วยพวงมาลัยหนังแบบ M
กระจกมองหลังแบบดิจิทัล Digital Interior Mirror ที่ช่วยให้มองเห็นด้านหลังได้อย่างชัดเจนแม้ขณะเปิดใช้งาน
Theatre Screen
แถบอินเทอร์แอคทีฟแบบ Phygital ที่เปลี่ยนสีของไฟตามโหมดต่างๆ

ช่องแอร์ระบบไฟฟ้าที่ผสานเข้ากับงานออกแบบอย่างแนบเนียน ชุดตกแต่งกระจก BMW Individual CraftedClarity
และแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายที่ผสานวัสดุคุณภาพสูงเพื่อผิวสัมผัสที่ดียิ่งขึ้น
ส่วนผู้โดยสารเบาะหลังจะได้สัมผัสประสบการณ์เต็มตาไปกับ BMW Theatre Screen ที่พร้อมตอบโจทย์ทั้งสำหรับ
การชมภาพยนตร์และการทำงาน หน้าจอทัชสกรีนขนาด 31.3 นิ้ว ให้ภาพคมชัดด้วยความละเอียดระดับ 8K
ที่เลื่อนลงจากเพดานหลังคา ทั้งยังรองรับระบบการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอเป็นครั้งแรก
ควบคู่ไปกับการใช้งานแอปสำหรับ
สตรีมคอนเทนต์ เล่นเกม และเข้าถึงข้อมูลอื่น ๆ อีกมากมาย บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่
ทั้งสามรุ่นมาพร้อมระบบเสียงเซอร์ราวด์จาก Bowers & Wilkins โดยบีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport
และบีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นด้วยระบบเสียง Bowers & Wilkins Diamond ที่รองรับ Dolby
Atmos พร้อมประสบการณ์เสียง
แบบ 4D ผ่านลำโพงที่ติดตั้งไว้ภายในพนักพิงเบาะหลัง ให้กำลังขับรวมสูงสุด 1,965 วัตต์ ผ่านลำโพงทั้งหมด 35 ตัว
นอกเหนือจากประสบการณ์ความบันเทิงแล้ว ผู้โดยสารเบาะหลังในบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่
ยังจะได้รับความสะดวกสบายจากเบาะนั่งและคอนโซลหลังแบบ Executive Lounge ฟังก์ชันปรับเบาะเอน Relax
Position หลังคากระจก Panorama Sky Lounge ระบบไฟแบบใหม่ และช่องปรับอากาศบริเวณเสา B
ที่ได้รับการออกแบบใหม่
ในด้านสมรรถนะ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ พร้อมสร้างความประทับใจในทุกการขับขี่ด้วยระบบส่งกำลังที่หลากหลาย
โดยทุกรุ่นติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ BMW xDrive มาเป็นมาตรฐาน
บีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport ขุมพลังไฟฟ้าล้วน มาพร้อมเทคโนโลยี BMW eDrive และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่
ให้พละกำลังสูงสุด 355 กิโลวัตต์ / 455 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 660 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100
กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 5.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูงมีความจุพลังงาน 118.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
มอบระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าตามมาตรฐาน WLTP ที่ 620-727 กิโลเมตร เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 102
กิโลเมตร อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงด้วยกำลังสูงสุด 250 กิโลวัตต์ จึงสามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10%
ถึง 80% ได้ภายใน 28 นาที
บีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ผสานประสิทธิภาพของระบบปลั๊กอินไฮบริดเข้ากับสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง
ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง BMW TwinPower Turbo ขนาด 3.0 ลิตร
ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic Sport ให้กำลังรวมสูงสุด 450 กิโลวัตต์ / 612
แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 800 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง
4.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่แบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 22.1 กิโลวัตต์-ชั่วโมง
รองรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเป็นระยะทาง 69-80 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู
M760e xDrive ยังมาพร้อมระบบช่วงล่าง Adaptive M Chassis Control Professional เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเฉพาะรุ่น
เพื่อเสริมทั้งความคล่องตัวและความสะดวกสบายในการขับขี่
ด้านบีเอ็มดับเบิลยู 740d xDrive M Sport มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ BMW TwinPower Turbo ขนาด 3.0
ลิตรทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 48 โวลต์ในระบบ Mild Hybrid พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic Sport
ให้กำลังรวมสูงสุด 230 กิโลวัตต์ / 313 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 670 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100
กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 5.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของในสีตัวถังที่ผ่านการคัดสรรมาเป็นพิเศษ จับคู่กับเบาะหนัง BMW
Individual ‘Merino’ ดังนี้
บีเอ็มดับเบิลยู i7 50 xDrive M Sport ใหม่ มีให้เลือกในแบบทูโทน สีเทา BMW Individual Oxide Grey
II Metallic ตัดกับสีดำ Sapphire Black Metallic พร้อมห้องโดยสารสีน้ำตาลอ่อน Tartufo / สีเทา Oxide
Grey Metallic หรือ BMW Individual Dravit Grey Metallic พร้อมห้องโดยสารสีดำ / สีดำ Black Sapphire
Metallic พร้อมห้องโดยสารสีน้ำตาลเข้ม Mocha
บีเอ็มดับเบิลยู M760e xDrive ใหม่ มีให้เลือกในสีขาว Mineral White Metallic หรือดำ Black Sapphire
Metallic พร้อมห้องโดยสารสีน้ำตาลเข้ม Mocha / สีเทา Dravit Grey Metallic หรือ Brooklyn Grey Metallic
พร้อมห้องโดยสารสีดำ
บีเอ็มดับเบิลยู 740d xDrive M Sport ใหม่ มีให้เลือกในสีขาว Mineral White Metallic หรือดำ Black
Sapphire Metallic พร้อมห้องโดยสารสีน้ำตาลเข้ม Mocha / สีเทา Dravit Grey Metallic หรือ Oxide Grey
Metallic พร้อมห้องโดยสารสีดำ
เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ในกรณีที่รถยนต์มีนัดหมายเข้ารับบริการบำรุงรักษา
ลูกค้าจะได้รับสิทธิ์รับรถทดแทน ด้วยรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 หรือบีเอ็มดับเบิลยู X7 ระหว่างเข้ารับบริการ*
นอกจากนี้
ยังมีโปรแกรมเทรดอินรถยนต์พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ใหม่ ในรุ่นที่ร่วมรายการ
*บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาจัดสรรรถทดแทนตามระยะเวลาการเข้ารับบริการที่เหมาะสมและตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
