





กรุงเทพฯ – 1 กันยายน 2569 – CHERY GROUP
หนึ่งในบริษัทรถยนต์รายใหญ่ของจีน
เดินหน้ายกระดับการลงทุนในประเทศไทยสู่ระยะต่อไป
ประกาศเดินหน้าพัฒนางานด้านบริการหลังการขาย (After Sales)
และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร ผ่าน 5 โครงการหลัก
ครอบคลุมตั้งแต่การขยายคลังอะไหล่ขนาดใหญ่และพัฒนาระบบโลจิสติกส์อันล้ำสมัย
การจัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอุปกรณ์สำคัญของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
การขยายเครือข่ายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน การเปิดศูนย์ฝึกอบรมบุคลากร
(Technical Center) เพื่อพัฒนาศักยภาพช่างเทคนิค
และการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อดูแลลูกค้าบนโซเชียลมีเดีย
รองรับการเติบโตของแบรนด์ในปัจจุบันและอนาคต
การเร่งขับเคลื่อนงานด้านบริการหลังการขาย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ CHERY
GROUP
ในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ในประเทศไทยให้ครอบคลุมมากกว่าการนำเสนอผลิ
ตภัณฑ์และเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ ๆ โดยมุ่งสร้าง
ความเชื่อมั่นตลอดอายุการเป็นเจ้าของรถ (Lifetime Ownership Confidence)
ผ่านความพร้อมของอะไหล่ ความรวดเร็วในการให้บริการ มาตรฐานการซ่อม
และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย
ปัจจัยด้านบริการหลังการขายกำลังกลายเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญที่ผู้บริโภคใช้ประก
อบการตัดสินใจเลือกแบรนด์รถยนต์ CHERY GROUP
จึงวางแผนการลงทุนและการพัฒนาศักยภาพด้านบริการหลังการขายครั้งใหญ่
เพื่อรองรับทั้งจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นและผลิตภัณฑ์ใหม่ของแต่ละแบรนด์ในเครืออย่า
ง OMODA & JAECOO, CHERY, iCAUR, LEPAS และแบรนด์อื่น ๆ
ที่จะทยอยเข้าสู่ตลาดประเทศไทย
ขยายคลังอะไหล่และระบบโลจิสติกส์ รองรับพอร์ตโฟลิโอที่เติบโต
การบริหารจัดการอะไหล่ถือเป็นส่วนสำคัญของความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรน
ด์รถยนต์ CHERY GROUP
จึงลงทุนขยายพื้นที่คลังเก็บอะไหล่แห่งใหม่เพิ่มเติมอีกหนึ่งแห่ง
เพื่อรองรับอะไหล่สำหรับแบรนด์ LEPAS, CHERY และ iCAUR
ซึ่งทำให้ในปัจจุบันบริษัทฯ มีพื้นที่จัดเก็บอะไหล่ของรถยนต์ทุกแบรนด์รวมสูงถึง
17,000 ตารางเมตร จัดเก็บอะไหล่มากกว่า 8,400 ชนิด รวมทั้งสิ้นเกือบ 200,000
ชิ้น มูลค่ากว่า 250 ล้านบาท OMODA & JAECOO
ได้ยกระดับการบริหารจัดการอะไหล่อย่างต่อเนื่อง
โดยปัจจุบันมีเปอร์เซ็นต์ของชิ้นส่วนอะไหล่ที่สามารถจัดส่งให้ลูกค้าได้ทันที (part fill
rate) ถึง 94% และได้ทุ่มเม็ดเงินกว่า 60 ล้านบาทต่อปี
ในการจัดเก็บและบริหารจัดการอะไหล่อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ด้านมาตรฐานและคุณภาพอะไหล่ ชิ้นส่วนที่ต้องนำเข้า
บริษัทได้เร่งปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานในการได้รับใบอนุญ
าต
เพื่อให้มั่นใจว่าอะไหล่ทุกชิ้นที่จะให้บริการกับลูกค้าเป็นอะไหล่ที่มีคุณภาพสูงตรงตา
มมาตรฐานและข้อกำหนดของประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทสามารถจัดส่งอะไหล่ไปยังศูนย์บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายใน
24 ชั่วโมง และต่างจังหวัดภายใน 2 วัน
โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดระยะเวลารอคอยของลูกค้า
ตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการอะไหล่ การทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทประกันภัย
การจัดเก็บ ไปจนถึงการส่งมอบชิ้นส่วนให้ถึงมือช่าง
เพื่อทำให้ระบบบริการหลังการขายสามารถทำงานสอดคล้องกันตั้งแต่คลังส่วนกลางจ
นถึงศูนย์บริการ
ปูพรม Authorized Body & Paint ยกระดับมาตรฐานการซ่อมทั่วประเทศ
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของการยกระดับบริการหลังการขาย
คือการพัฒนาเครือข่ายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานโดย CHERY GROUP
จะเริ่มโปรเจ็กต์สำคัญนี้กับแบรนด์ OMODA & JAECOO เป็นแบรนด์แรก
พร้อมสร้างมาตรฐานกระบวนการและขั้นตอนในการซ่อมสีและตัวถังเพื่อให้บริการลู
กค้าอย่างถูกต้อง โปร่งใส และส่งมอบรถได้ตรงตามเวลา โดยดำเนินงานเป็น 2 ระยะ
เริ่มจากโครงการ Certified Body & Paint Shop
ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ซ่อมที่ผ่านการรับรองแล้ว 35 แห่งทั่วประเทศ
ก่อนต่อยอดสู่การจัดตั้ง Authorized Body & Paint Repair Center
ที่มีมาตรฐานการดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ
โดยภายในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าพัฒนา Authorized Body & Paint Repair
Center จำนวน 10 แห่ง แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล 5 แห่ง
และต่างจังหวัด 5 แห่ง
โดยทำเลของศูนย์แต่ละแห่งอยู่ระหว่างการพิจารณาตามจำนวนรถยนต์และความต้อ
งการรับบริการในแต่ละพื้นที่
ศูนย์แต่ละแห่งจะได้รับการพัฒนาครอบคลุมทั้งมาตรฐานอาคารและพื้นที่ปฏิบัติงาน
เครื่องมือเฉพาะทาง ห้องพ่นสีและห้องผสมสี เครื่องดึงตัวถัง
ตลอดจนระบบจัดเก็บอะไหล่
พร้อมเชื่อมต่อการจัดหาอะไหล่แท้ผ่านระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทฯ
ยังเตรียมร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาหลักสูตรบุคลากร
กำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน
และจัดให้มีการฝึกอบรมและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างมาตรฐานคุณภาพงานซ่อมที่สม่ำเสมอ
และรองรับเทคโนโลยีของรถยนต์ยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร
เปิด Technical Center สร้าง “คน” รองรับเทคโนโลยียานยนต์ยุคใหม่
CHERY GROUP ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทั้งด้านทักษะด้านเทคนิค
และทักษะด้านการสื่อสาร โดย CHERY GROUP
กำลังดำเนินการเปิดศูนย์เทคนิคและฝึกอบรม (Technical Center) แห่งใหม่เพิ่มเติม
เพื่อเป็นศูนย์กลางการพัฒนาความรู้และยกระดับความพร้อมของช่างเทคนิค
บุคลากรด้านบริการหลังการขาย และผู้จำหน่าย
ศูนย์แห่งนี้ประกอบด้วยห้องฝึกอบรมด้านเทคนิค 4 ห้อง พื้นที่สำหรับงานซ่อมใหญ่ 4
จุด และที่นั่งฝึกอบรมสำหรับหลักสูตรที่ไม่ใช่งานเทคนิค 350 ที่นั่ง
โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการในเดือนพฤศจิกายน 2569
และคาดว่าจะรองรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ประมาณ 3,600 คนต่อปี
หลักสูตรฝึกอบรมจะครอบคลุมทั้งการตรวจวิเคราะห์และวินิจฉัยปัญหา
งานซ่อมแบตเตอรี่แรงดันสูง และงานซ่อมตัวถังและสี
พร้อมแผนพัฒนาหลักสูตรสำหรับฝ่ายขายและบุคลากรด้านบริการหลังการขายเพิ่มเ
ติม
เพื่อให้การขยายเครือข่ายและการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่สามารถเติบโตควบคู่ไปกับค
วามพร้อมด้านบริการหลังการขาย
จัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อดูแลลูกค้าบนโซเชียลมีเดีย
นอกเหนือจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน CHERY GROUP
ยังจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อรับฟังและดูแลลูกค้าบนช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิด
ทั้งการตอบข้อซักถาม รับเรื่องร้องเรียน ให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
และประสานงานกับศูนย์บริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้ปัญหาและข้อกังวลของลูกค้าได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลและข้อเสนอแนะจากลูกค้าจะถูกรวบรวมและส่งต่อไปยังทีมบริการหลังการขาย
และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงการทำงานและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในระยะยาว
นายเซดริก ซุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน CHERY GROUP (ประเทศไทย)
กล่าวว่า “สำหรับ CHERY GROUP ความเชื่อมั่นของลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ
นับตั้งแต่วันที่ตัดสินใจซื้อหรือวันที่รับมอบรถ
ไปจนตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าเป็นเจ้าของรถ
การเร่งพัฒนาด้านบริการหลังการขายครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของพันธสัญญาระย
ะยาวที่เรามีต่อลูกค้าชาวไทยและประเทศไทย
เราจึงมุ่งมั่นในการสร้างระบบที่เชื่อมโยงตั้งแต่ความพร้อมของอะไหล่และโลจิสติกส์
ศูนย์ซ่อมระบบยานยนต์ไฟฟ้าและศูนย์ Body & Paint
ไปจนถึงการพัฒนาช่างเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญ
เพื่อให้การเติบโตของทุกแบรนด์ในเครือเกิดขึ้นบนมาตรฐานการดูแลลูกค้าที่แข็งแก
ร่งและสม่ำเสมอ เพื่อให้ลูกค้าของเราในประเทศไทยได้เห็นว่า
เรามีความพร้อมที่จะดูแลลูกค้าในทุกช่วงของการเดินทางไปด้วยกัน”
การเร่งพัฒนาด้านการบริการหลังการขายครั้งนี้
เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่สำคัญในระยะยาวของ CHERY GROUP
ในประเทศไทย ซึ่งมุ่งวางโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งเกร่งเพื่อการเติบโตของธุรกิจ
ควบคู่ไปกับการยกระดับประสบการณ์หลังการขาย
พร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคชาวไทย
ในการเลือกใช้รถยนต์ทุกแบรนด์ภายใต้ CHERY GROUP ตลอดอายุการใช้งาน
