“CHERY GROUP ฉลองการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าครบ 20,000 คันในระยะเวลาเพียง 5 เดือน สะท้อนศักยภาพการผลิตและความเชื่อมั่นของลูกค้าชาวไทย พร้อมตอกย้ำพันธสัญญาต่อประเทศไทยในระยะยาว”

“CHERY GROUP ฉลองการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าครบ 20,000 คันในระยะเวลาเพียง 5 เดือน สะท้อนศักยภาพการผลิตและความเชื่อมั่นของลูกค้าชาวไทย พร้อมตอกย้ำพันธสัญญาต่อประเทศไทยในระยะยาว”

กรุงเทพฯ, 15 กันยายน 2569 – CHERY GROUP 1 ใน 5
แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ที่มียอดขายสูงสุดของโลก และแบรนด์อันดับ
1 ด้านการส่งออกรถยนต์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 23 ของประเทศจีน
ฉลองการผลิตรถยนต์ครบ 20,000 คัน ณ โรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่
(NEV) จ.ระยอง นับเป็นก้าวสำคัญในการตอกย้ำศักยภาพด้านการผลิตของ
CHERY GROUP ในประเทศไทย
หลังเริ่มเดินสายการผลิตอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ผ่านมา
ความสำเร็จในครั้งนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันถึงเสียงตอบรับอันแข็งแกร่งจากผู้บริโภค
ชาวไทยที่มีต่อยนตรกรรมภายในเครือ CHERY GROUP ทั้ง

OMODA &JAECOO และ CHERY
และสะท้อนความต้องการของตลาดในประเทศต่อรถยนต์พลังงานใหม่ที่เติบโตขึ้น
อย่างต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ
ในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการผลิต การลงทุนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
การใช้ชิ้นส่วนประกอบภายในประเทศ การสร้างงาน สร้างรายได้
การถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้
และการเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานรถยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย
นายเซดริก ซุย ประธาน CHERY GROUP (ประเทศไทย) กล่าวว่า
“การประกอบรถยนต์ครบ 20,000 คัน ณ โรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่
จ.ระยอง ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับ CHERY GROUP
โดยหมุดหมายสำคัญในครั้งนี้ สะท้อนถึงรากฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง
รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การลงทุนในระยะยาวของเราในประเทศไทย
และยังเป็นเครื่องพิสูจน์ความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทย พันธมิตรทางธุรกิจ
และภาครัฐมีต่อยานยนต์ภายใต้ CHERY GROUP มาโดยตลอด

หมุดหมายนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนและ

ผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว””
“และความสำเร็จในครั้งนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยหากขาดพนักงานชาวไทย
และทีมงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายวิศวกรรม ฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ
และพนักงานประจำสายการผลิต
ที่ทุ่มเทแรงกายและแรงใจตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเดินสายการผลิต
ในการร่วมกันสร้างมาตรฐานการทำงานที่มีคุณภาพในทุกขั้นตอน
จนสามารถผลิตรถยนต์คุณภาพได้ครบ 20,000 คันภายในระยะเวลาเพียง 5
เดือน ดังนั้น ผมขอเป็นตัวแทนของ CHERY GROUP
ขอบคุณพนักงานทุกคนที่มีส่วนร่วมผลักดันให้เกิดความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจนี้
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของบุคลากรไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์แห่ง

อนาคต และเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นฐาน

การผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ที่สำคัญของภูมิภาคและของโลกได้เป็นอย่างดี”
โรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ของ CHERY GROUP ตั้งอยู่ที่
อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง
เริ่มเดินสายการผลิตอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนเมษายน 2569
ในปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ได้ผลิตรถยนต์ภายใต้ CHERY GROUP
ครอบคลุมทั้งแบรนด์ OMODA & JAECOO และ CHERY รวมทั้งสิ้น 4 รุ่น ได้แก่
OMODA C5 EV, JAECOO 5 EV, JAECOO 6 EV และ CHERY V23
เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
และการส่งออกในอนาคต โดย CHERY GROUP
มีแผนเพิ่มไลน์การผลิตของรถยนต์รุ่นอื่น ๆ จากกหลากหลายแบรนด์เพิ่มเติมทั้ง
LEPAS, iCAUR และ LUXEED รวมถึงรถยนต์เทคโนโลยี REEV (Range-
Extended Electric Vehicle) อีกด้วย
ทั้งนี้ CHERY GROUP กำลังดำเนินการสร้างสนามทดสอบรถยนต์ (Proving
Ground) ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตรภายในพื้นที่ของโรงงาน
โดยออกแบบมาเพื่อทดสอบรถยนต์ในถนนจำลองที่ใกล้เคียงกับการใช้งาน

จริงมากที่สุดก่อนส่งมอบถึงมือลูกค้า

ซึ่งจะประกอบไปด้วยเส้นทางทดสอบเฉพาะทางหลากหลายรูปแบบ
ทั้งเส้นทางทดสอบความทนทาน อาทิ ถนนลูกระนาด ถนนหินกรวด
เส้นทางทดสอบการควบคุมรถและระบบเบรก อาทิ ถนนคดเคี้ยว
ถนนทดสอบระบบเบรก ABS และเส้นทางตรงเพื่อทดสอบการขับขี่ความเร็วสูง
รวมถึงพื้นที่ทดสอบเฉพาะทางอย่างบ่อทดสอบการลุยน้ำ
และลานทดสอบการไต่ทางลาดชัน นอกจากนี้
สนามทดสอบแห่งนี้ยังสามารถรองรับพื้นที่จอดรถและเตรียมความพร้อมก่อนส่ง

มอบ (PDI) ได้มากถึง 350 คัน
เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความมั่นใจให้กับกระบวนการควบคุมคุณภาพรถยนต์
ของ CHERY GROUP ในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี
การเฉลิมฉลองหมุดหมายสำคัญในครั้งนี้
เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวของ CHERY GROUP
ในการสนับสนุนและผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทย

ให้เติบโตอย่างยั่งยืน การสนับสนุนการใช้ชิ้นส่วนประกอบภายในประเทศ
ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทย
และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่
เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไฟฟ้าของ

ประเทศไทยในระยะยาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *