
| ทีม Porsche Penske Motorsport ขึ้นนำแชมป์หลังคว้าชัยในการแข่งขัน Daytonaรถแข่ง 963 จากโรงงานทั้งสองคันลงแข่งขันพร้อมลวดลายระดับตำนาน ในสนามที่สองของ IMSAได้รับแรงบันดาลใจจาก ปอร์เช่ 911 จีที 1 (Porsche 911 GT1) จากฤดูกาลแข่งขันในปี 1996 |
| ทีมรถแข่งจากโรงงาน Porsche Penske Motorsport ลงแข่งขันรายการระดับตำนาน Mobil 1 Twelve Hours of Sebring ในวันที่ 21 มีนาคม ด้วยรถแข่งลวดลายพิเศษ โดยรถแข่งไฮบริดต้นแบบจากไวซัค (Weissach) ทั้งสองคันมาในโทนสีขาว ตัดด้วยลวดลายสีน้ำเงินและสีแดง ในรายการแข่งขันเอนดูรานซ์ ที่รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยลวดลายการออกแบบพิเศษนี้สะท้อนการเฉลิมฉลองความร่วมมือระยะยาวระหว่างปอร์เช่และเอ็กซอนโมบิล (Exxon Mobil) ที่ดำเนินมายาวนานกว่า 30 ปี พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในโลกมอเตอร์สปอร์ตและอุตสาหกรรมยานยนต์ |
สตุ๊ทการ์ท.
วันที่ 14 มิถุนายน 1996 นับเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือครั้งสำคัญ เมื่อปอร์เช่ 911 จีที 1 (Porsche 911 GT1) สองคันจากทีมแข่งรถของโรงงาน พร้อมลวดลาย Mobil 1 ได้คว้าอันดับสองและสามในศึก 24 Hours of Le Mans ตามหลังรถแข่งปอร์เช่ของทีมลูกค้า และในวันเดียวกัน ผู้ผลิตรถสปอร์ตจากสตุ๊ทการ์ทและบริษัทพลังงานจากสหรัฐอเมริการ่วมลงนามข้อตกลงครั้งสำคัญ ซึ่งครอบคลุมไปถึงการเติมน้ำมันหล่อลื่นจากโรงงานในรถปอร์เช่ใหม่ทุกคันที่ส่งมอบทั่วโลก
โทมัส เลาเดนบัค (Thomas Laudenbach) รองประธานของปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต กล่าวว่า “ความร่วมมือที่แน่นแฟ้นและความไว้วางใจระหว่างปอร์เช่ และ Mobil 1 สร้างทั้งความทรงจำที่น่าประทับใจและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เราได้ใช้สนามแข่งทั่วโลกเป็นพื้นที่ทดสอบเทคโนโลยีและยกระดับขีดความสามารถอยู่เสมอ Mobil 1 ร่วมเคียงข้างเรามาอย่างต่อเนื่องตลอด 30 ปีในฐานะพันธมิตร โดยการแข่งขันที่ Sebring ในปีนี้ที่มาพร้อมลวดลายพิเศษ สะท้อนถึงความร่วมมือนี้ได้อย่างชัดเจน และยังเป็นช่วงเวลาที่หมาะสมในการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีของปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต”
เคลลี เอช. ไรต์ (Kelli H. Wright) ผู้อำนวยการฝ่ายน้ำมันหล่อลื่นระดับโลกจาก ExxonMobil Product Solutions กล่าวว่า “Mobil 1 เป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่สำคัญของปอร์เช่มายาวนานหลายทศวรรษ โดยสะท้อนถึงทั้งชัยชนะในสนามแข่ง ตำแหน่งแชมป์ และวิศวกรรมที่ล้ำสมัย รวมทั้งลวดลายพิเศษบนสนามแข่งที่ Sebring ในการเฉลิมฉลองในโอกาสสำคัญนี้ พร้อมตอกย้ำความร่วมมือที่ขับเคลื่อนสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่ออนาคตของมอเตอร์สปอร์ตและรถยนต์สายการผลิต”
นวัตกรรมและความสำเร็จเป็นผลผลิตของความร่วมมือตลอด 30 ปีที่ผ่านมา โดยเพียงสองปีหลังจากการเริ่มต้นความร่วมมือ ปอร์เช่ 911 จีที 1 ในลวดลาย Mobil 1 สามารถคว้าชัยเหนือคู่แข่งในการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans อย่างโดดเด่น และในช่วงปี 2000 ความร่วมมือนี้ได้มีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของปอร์เช่ อาร์เอส สไปเดอร์ (Porsche RS Spyder) ทั้งในอเมริกาเหนือและยุโรป รวมถึง Mobil 1 และปอร์เช่ยังได้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีน้ำมันเครื่องและของเหลวระบายความร้อนแบตเตอรี่ พร้อมยกระดับสมรรถนะของปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) จนคว้าแชมป์โลก 6 สมัย และคว้าชัยชนะโดยรวมที่ Le Mans 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2014 ถึง 2017 และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นวัตกรรมด้านระบบระบายความร้อนสำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของปอร์เช่ จีที 4 อี-เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Porsche GT4 e-Performance) สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญ โดยรถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าล้วนสามารถมอบกำลังสูงสุดถึง 800 กิโลวัตต์ (1,088 แรงม้า) บนสนามแข่งได้อย่างต่อเนื่อง และในรายการแข่งขัน Formula E ซึ่ง Mobil 1 ได้ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านเทคนิคที่สำคัญของทีมโรงงานปอร์เช่ รวมถึงตั้งแต่ปี 2007 ปอร์เช่ยังทำหน้าที่ผู้สนับสนุนหลักของ Porsche Mobil 1 Supercup ซึ่งจัดการแข่งขันควบคู่กับบางสนามของ Formula 1 ในยุโรป
เออร์ส คูราเทิล (Urs Kuratle) ผู้อำนวยการฝ่าย Factory Motorsport LMDh กล่าวว่า “แม้กับในปอร์เช่ 963 รุ่นปัจจุบัน เรายังคงได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญของ Mobil 1 ในหลายด้าน โดยการแข่งขันในรายการ IMSA SportsCar Championship ที่มีความดุเดือด รายละเอียดเพียงเล็กน้อยก็สามารถสร้างความแตกต่างในสนามได้ และในช่วงที่ผ่านมาเราได้สร้างผลงานในกลุ่มผู้นำได้อย่างต่อเนื่อง โดยตำแหน่งแชมป์ในสองปีที่ผ่านมา รวมถึงชัยชนะอีกครั้งในการแข่งขัน 24 Hours of Daytona เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา สะท้อนสิ่งนี้ได้อย่างชัดเจน เราจึงมุ่งมั่นเดินหน้าคว้าชัยชนะต่อเนื่องร่วมกับพันธมิตรทุกฝ่ายในปีแห่งการเฉลิมฉลองนี้”
การแข่งขัน
ในรายการแข่งขันแบบดั้งเดิมที่ Sebring ขึ้นชื่อว่าเป็นบททดสอบที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับทั้งนักแข่งและตัวรถ หนึ่งในเหตุผลสำคัญมาจากสภาพแวดล้อมของสนาม ซึ่งบางส่วนได้ใช้พื้นที่ของอดีตสนามบินทหาร โดยพื้นผิวแทรคประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เป็นแผ่นคอนกรีต และพื้นผิวที่ขรุขระยิ่งเพิ่มความท้าทายมากยิ่งขึ้น การแข่งขันในรายการ IMSA WeatherTech SportsCar Championship บนสนาม Sebring International Raceway มีระยะทาง 6.02 กิโลเมตร ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 74 และปอร์เช่ครองตำแหน่งผู้ผลิตที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์ของการแข่งขันเอนดูรานซ์ระดับตำนานรายการนี้ ด้วยชัยชนะรวม 19 ครั้ง
ทีมโรงงาน Porsche Penske Motorsport ส่งรถแข่งปอร์เช่ 963 ลงแข่งขัน 2 คันในรุ่น GTP โดยรถหมายเลข 7 ขับโดยผู้ชนะจากการแข่งขัน Daytona ได้แก่ เฟลิเป นาสร์ (Felipe Nasr), จูเลียน อองด์เลาเออร์ (Julien Andlauer) และลอริน ไฮน์ริช (Laurin Heinrich) โดยเข้าแข่งขัน 12 ชั่วโมงในฐานะผู้นำคะแนนสะสมแชมป์ ขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง เควิน เอสเตร (Kévin Estre) (ฝรั่งเศส), ลอเรนส์ แวนธูร์ (Laurens Vanthoor) (เบลเยี่ยม) และ แมทท์ แคมป์เบลล์ (Matt Campbell) (ออสเตรเลีย) รั้งอันดับที่ 4 บนตารางคะแนนด้วยรถหมายเลข 6 และปอร์เช่ยังนำในอันดับผู้ผลิต ในรุ่น GTD Pro โดยทีมลูกค้า Manthey Racing และ AO Racing ได้ส่งรถปอร์เช่ 911 จีที 3 อาร์ (Porsche 911 GT3 R) ลงแข่งขันทีมละ 1 คัน พร้อมกันนี้ยังส่งปอร์เช่ 911 GT3 R เพิ่มเติมลงแข่งขันในรุ่น GTD อีกด้วย
ปอร์เช่ในการแข่งขัน 12 Hours of Sebring
รุ่น GTP (ปอร์เช่ 963):
หมายเลข 6 ทีม Porsche Penske Motorsport: เควิน เอสเตร (ฝรั่งเศส), ลอเรนส์ แวนธูร์ (เบลเยียม), แมทท์ แคมป์เบลล์ (ออสเตรเลีย)
หมายเลข 7 ทีม Porsche Penske Motorsport: จูเลียน อองด์เลาเออร์ (ฝรั่งเศส), เฟลิเป นาสร์ (บราซิล), ลอริน ไฮน์ริช (เยอรมัน)
หมายเลข 6 ทีม JDC-Miller MotorSports: นิโค ปิโน (ชิลี), ไทเมิน ฟาน เดอ เฮล์ม (เนเธอร์แลนด์), เคย์เลน เฟรเดริก (สหรัฐอเมริกา)
รุ่น GTD Pro (ปอร์เช่ 911 จีที 3 อาร์):
หมายเลข 77 ทีม AO Racing: นิค แทนดี้ (สหราชอาณาจักร), แฮร์รี คิง (สหราชอาณาจักร), อเลสซิโอ ปิการิเอลโล (เบลเยียม)
หมายเลข 911 ทีม Manthey: โธมัส ไพรนิง (ออสเตรีย), เคลาส์ บาคเลอร์ (ออสเตรีย), ริคาร์โด เฟลเลอร์ (สวิตเซอร์แลนด์)
รุ่น GTD (ปอร์เช่ 911 จีที 3 อาร์):
หมายเลข 28 ทีม RS1: สเปนเซอร์ พัมเพลลี (สหรัฐอเมริกา), ยาน เฮย์เลน (เบลเยียม), ดิลลอน มาชาเวิร์น (สหรัฐอเมริกา)
หมายเลข 120 ทีม Wright Motorsports: อดัม อาเดลสัน (สหรัฐอเมริกา), ทอม ซาร์เจนต์ (ออสเตรเลีย), คัลลัม อิลอตต์ (สหราชอาณาจักร)
หมายเลข 912 ทีม Manthey 1st Phorm: ไรอัน ฮาร์ดวิก (สหรัฐอเมริกา), ริคคาร์โด เปรา (อิตาลี), มอร์ริส ชูริง (เนเธอร์แลนด์)
เกี่ยวกับปอร์เช่ ประเทศไทย
ปอร์เช่ ประเทศไทย ดำเนินการโดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ อิมพอร์ต จำกัด (AAS Auto Import Co., Ltd.) เป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวของยนตรกรรมสปอร์ต ปอร์เช่ ในประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2536 แบรนด์ปอร์เช่ เป็นผู้ผลิตรถยนต์สปอร์ตหรูชั้นนำจากเมือง สตุ๊ทการ์ท ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีชื่อเสียงจากรุ่นในตำนานอย่าง 911, 718, Cayenne, Macan, Panamera และ Taycan ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ที่เปิดตัวในปี 2562 และในปี 2567 ได้เปิดตัว Macan ยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของปอร์เช่
ปัจจุบัน ปอร์เช่ ประเทศไทย มีโชว์รูมและศูนย์บริการเปิดให้บริการ 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ Porsche Centre Bangkok (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Centre Pattanakarn (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Centre Bangna (บริหารงานโดย บริษัท สตุทการ์ต ออโต้โมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด), Porsche Centre Pattaya (บริหารงานโดย บริษัท ไซม์ ดาร์บี้ ออโต้ สปอร์ตส จำกัด), Porsche Store Bangkok ที่ศูนย์การค้า Emsphere (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Studio Siam Paragon ชั้น 2 (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด) และ Porsche Now Bangkok ที่กำลังจะเปิดตัวเป็น Porsche Centre Kanlapaphruek อย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด)
