ปอร์เช่ขยายไลน์อัพเอสยูวีพลังงานไฟฟ้าล้วนด้วยคาเยนน์ เอส อิเล็กทริค

ปอร์เช่ขยายไลน์อัพเอสยูวีพลังงานไฟฟ้าล้วนด้วยคาเยนน์ เอส อิเล็กทริค

  • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า ให้กำลังสูงสุด 400 กิโลวัตต์ (544 แรงม้า)
  • กำลังสูงสุด 490 กิโลวัตต์ (666 แรงม้า) เมื่อใช้งาน Overboost อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 3.8 วินาที
  • รายละเอียดการออกแบบในสี Volcano Grey Metallic บริเวณด้านหน้าและด้านท้าย
  • เลือกติดตั้ง Porsche Active Ride, PCCB, PTV Plus และ Push-to-Pass¹ เป็นอุปกรณ์เสริมได้
  • แพ็กเกจตกแต่งภายในใหม่แบบ Style สุดเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับคาเยนน์ อิเล็กทริคทุกรุ่น

คาเยนน์ เอส ใหม่ (The new Cayenne S) เติมเต็มกลุ่มรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าล้วน ด้วยสมดุลของสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และอุปกรณ์ที่ครบครัน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ให้กำลังสูงสุด 400 กิโลวัตต์ (544 แรงม้า) และเพิ่มเป็น 490 กิโลวัตต์ (666 แรงม้า) ในโหมด Launch Control คาเยนน์ เอส อิเล็กทริค (Cayenne S Electric) โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ที่ชัดเจนจากองค์ประกอบการออกแบบด้านหน้าและด้านท้ายเฉพาะรุ่น พร้อมกันนี้ปอร์เช่ยังได้นำเสนอ “Director’s Cuts” ที่สร้างสรรค์โดยสไตล์ปอร์เช่ (Style Porsche) ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ “Style” โดยมีผลงานแรกเป็นแพ็กเกจตกแต่งภายใน Style สำหรับในคาเยนน์ อิเล็กทริคทุกรุ่นสตุ๊ทการ์ท. คาเยนน์ เอส อิเล็กทริค ใหม่ เสริมไลน์อัพรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบจากปอร์เช่ โดยเข้ามาเติมเต็มคาเยนน์ อิเล็กทริค (Cayenne Electric) และรุ่นสูงสุดอย่าง คาเยนน์ เทอร์โบ อิเล็กทริค (Cayenne Turbo Electric) โดยแตกต่างจากรุ่นเริ่มต้นด้วยกำลังที่เพิ่มขึ้นอีก 165 กิโลวัตต์ (224 แรงม้า) การออกแบบภายนอกที่โฉบเฉี่ยวและตัวเลือกอุปกรณ์ที่ครบครันยิ่งขึ้น อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางการขับขี่รวมตามมาตรฐาน WLTP สูงสุด 653 กิโลเมตร และเช่นเดียวกับคาเยนน์ อิเล็กทริครุ่นอื่น ๆ คาเยนน์ เอส อิเล็กทริค มาพร้อมแบตเตอรี่แรงดันสูงที่มีความจุพลังงานรวม 113 กิโลวัตต์ชั่วโมง และรองรับการชาร์จสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์2 ที่สถานีชาร์จเร็วที่รองรับ โดยสามารถชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของระดับพลังงานแบตเตอรี่ (SoC) ได้ภายในเวลาไม่ถึง 16 นาที3

ระบบหล่อเย็นน้ำมันโดยตรงที่เพลาหลัง เสริมประสิทธิภาพและการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
ระบบขับเคลื่อนที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor สองตัวที่ติดตั้งบนเพลาหน้าและเพลาหลังให้กำลังรวม 400 กิโลวัตต์ (544 แรงม้า) และเพิ่มเป็นสูงสุด 490 กิโลวัตต์ (666 แรงม้า) ในโหมด Launch Control และเช่นเดียวกับคาเยนน์ เทอร์โบ อิเล็กทริค คาเยนน์ เอส อิเล็กทริคก็ใช้ระบบหล่อเย็นน้ำมันโดยตรงสำหรับมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพลาหลังซึ่งแตกต่างจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบทั่วไป โดยจะระบายความร้อนจากชิ้นส่วนที่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านโดยตรง อินเวอร์เตอร์แบบพัลส์ (Pulse Inverter) ที่เพลาหลังใช้ซิลิคอนคาร์ไบด์เป็นวัสดุกึ่งตัวนำ และรองรับกระแสไฟฟ้าสูงสุดถึง 620 แอมป์

คาเยนน์ เอส อิเล็กทริค โดดเด่นด้วยด้านหน้าและด้านท้ายที่ออกแบบเฉพาะรุ่นในสี Volcano Grey Metallic พร้อมรายละเอียดการตกแต่งและดิฟฟิวเซอร์ที่มาในสีเดียวกับตัวถัง พร้อมเสริมความโดดเด่นด้วยล้อ Cayenne S Aero ขนาด 20 นิ้ว โดยคาเยนน์ เอส อิเล็กทริค สามารถเลือกอุปกรณ์เสริมที่ก่อนหน้ามีเฉพาะในรุ่นเทอร์โบ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลือกเสริมระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการขับขี่ Porsche Active Ride ระบบช่วงล่างที่ช่วยลดการโคลงของตัวถังและเสริมเสถียรภาพการขับขี่ในระดับสูง ระบบเบรกสมรรถนะสูง Porsche Ceramic Composite Brake (PCCB) พร้อมคาลิเปอร์สีเหลืองที่มีให้เลือก ส่วนแพ็คเกจสปอร์ตโครโน (Sport Chrono Package) ฟังก์ชัน Push-to-Pass1 ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพิ่มกำลังได้สูงสุด 90 กิโลวัตต์ (122 แรงม้า) เป็นเวลา 10 วินาที และโหมด Track ที่ติดตั้งมาในรถเพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะสูงสุดบนสนามแข่ง ผ่านการจัดการแบตเตอรี่อย่างเหมาะสม

เช่นเดียวกับในคาเยนน์ อิเล็กทริคทุกรุ่น คาเยนน์ เอส อิเล็กทริค สามารถปรับแต่งความต้องการเฉพาะบุคคลได้ด้วยตัวเลือกสีภายนอก 13 สี พร้อมแพ็กเกจภายในและรายละเอียดการตกแต่งที่หลากหลาย มอบทางเลือกในการปรับแต่งได้อย่างกว้างขวาง คาเยนน์ เอส อิเล็กทริค พร้อมให้สั่งจองแล้วในประเทศไทย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 7,350,000 บาท

ผลงานใหม่จากโปรแกรมเอ็กซ์คลูซีฟ แมนูแฟคเตอร์: แพ็คเกจตกแต่งภายใน Style
ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ ‘Style’ ปอร์เช่ เอ็กซ์คลูซีฟ แมนูแฟคเตอร์ (Porsche Exclusive Manufaktur) ได้นำเสนอแพ็กเกจที่สร้างสรรค์โดยสตูดิโอออกแบบสไตล์ปอร์เช่ (Style Porsche) และเอ็กซ์คลูซีฟ แมนูแฟคเตอร์ โดย ‘Director’s Cuts’ เป็นแพ็คเกจตกแต่งภายใน Style ชุดแรก ซึ่งสามารถเลือกเป็นอุปกรณ์เสริมในคาเยนน์ อิเล็กทริคทุกรุ่น

แพ็กเกจนี้ผสานโทนสีและวัสดุให้สอดคล้องกับสีภายนอก Mystic Green Metallic เพื่อสร้างบรรยากาศที่เฉพาะตัวและทันสมัย โดยจุดเด่นอยู่ที่เบาะหนังทูโทนสีดำและสี Delgada Green ที่ยาวไปจนถึงแผงประตูและเบาะนั่ง Comfort Seats ปรับไฟฟ้าได้ 14 ทิศทาง พร้อมเข็มขัดนิรภัยที่ใช้โทนสีเดียวกัน รายละเอียดภายในเน้นความประณีตด้วยการเดินตะเข็บตกแต่งสี Delgada Green และการปักสัญลักษณ์ปอร์เช่บนพนักพิงศีรษะ

องค์ประกอบตกแต่งอะลูมิเนียมเคลือบสี Izabal Green สร้างความตัดกันอย่างลงตัวกับพื้นผิวหนังภายใน พวงมาลัยสปอร์ตแบบ GT หุ้มหนังสีดำมาพร้อมสัญลักษณ์ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และงานเดินตะเข็บแบบไขว้ในสี Delgada Green พร้อมวงแหวนบนโมดูลถุงลมนิรภัยในสี Izabal Green และปุ่มหมุนเลือกโหมดการขับขี่ที่มีผิวสัมผัสแบบพิเศษในโทนสีเดียวกัน ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์ของการออกแบบ นอกจากนี้ ในวิสัยทัศน์ของผู้ขับขี่ยังมีหน้าปัดเข็มทิศ นาฬิกาจับเวลา Sports Chrono และมาตรวัดกำลังในแผงหน้าปัดตกแต่งด้วยสี Izabal Green เพื่อความลงตัวในการออกแบบ

องค์ประกอบทั้งหมดเสริมด้วยแพ็กเกจตกแต่งในโทนสี Silvershade พร้อมที่วางแขนบริเวณคอนโซลกลางพร้อมตัวอักษร ‘Porsche Exclusive Manufaktur’ และกุญแจรถสี Izabal Green พร้อมเคสที่ตกแต่งด้วยการเดินตะเข็บสี Delgada Green ภาพรวมของการออกแบบภายในสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วยแผ่นกันรอยชายประตูอะลูมิเนียมเคลือบผิวพิเศษสีดำ ตัวอักษรชื่อรุ่นพร้อมไฟส่องสว่างสีเขียว รวมถึงพรมปูพื้นสีดำที่ตกแต่งด้วยขอบ ลวดลาย และการเดินตะเข็บ

1 ระดับประจุแบตเตอรี่และอุณหภูมิแบตเตอรี่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของฟังก์ชัน Push-to-Pass
2กำลังการชาร์จของคาเยนน์ ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะเมื่อใช้สถานีชาร์จเร็ว CCS ที่รองรับมากกว่า 400 กิโลวัตต์ แรงดันไฟฟ้ามากกว่า 850 โวลต์ และกระแสมากกว่า 520 แอมป์ โดยมีระดับประจุเริ่มต้น 45 – 48 เปอร์เซ็นต์ และอุณหภูมิแบตเตอรี่ 40 – 42 องศาเซลเซียส กำลังการชาร์จสูงสุดด้วยกระแสตรง (DC) เมื่อชาร์จจาก 10 เปอร์เซ็นต์ ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้สภาวะที่เหมาะสมอยู่ที่ 390 กิโลวัตต์ (สถานีชาร์จเร็ว CCS ที่รองรับมากกว่า 390 กิโลวัตต์ แรงดันไฟฟ้ามากกว่า 850 โวลต์ และกระแสมากกว่า 520 แอมป์ โดยมีอุณหภูมิแบตเตอรี่ 15 องศาเซลเซียส ระดับประจุเริ่มต้น 9 เปอร์เซ็นต์ และระยะทางคงเหลือน้อยกว่า 60 กิโลเมตร)
3ระยะเวลาการชาร์จของคาเยนน์ด้วยกระแสตรง (DC) ที่กำลังชาร์จสูงสุด จาก 10 เปอร์เซ็นต์ ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ภายใต้สภาวะที่เหมาะสม (สถานีชาร์จเร็ว CCS ที่รองรับมากกว่า 390 กิโลวัตต์ แรงดันไฟฟ้ามากกว่า 850 โวลต์ และกระแสมากกว่า 520 แอมป์ โดยมีอุณหภูมิแบตเตอรี่ 15 องศาเซลเซียส ระดับประจุเริ่มต้น 9 เปอร์เซ็นต์ และระยะทางคงเหลือน้อยกว่า 60 กิโลเมตร)


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *