
20 มกราคม 2569-กรุงเทพมหานคร-บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569
แสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพตลาดยานยนต์ไทย
เดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3
รุ่น ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี พร้อมยกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขาย
เปิดช่องทางลูกค้าสั่งซื้ออะไหล่ออนไลน์จากคลังอะไหล่สำรอง
พร้อมเร่งขยายเครือข่ายเพื่อครอบคลุมการบริการลูกค้าซูซูกิทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)
จำกัด เปิดเผยถึงความพร้อมและแผนงานรองรับการดำเนินธุรกิจปี 2569 ว่า
ซูซูกิยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาธุรกิจอย่างรอบด้าน
ทั้งการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง
และการรักษาคุณภาพงานบริการที่เป็นจุดแข็งสำคัญ
เพื่อให้แบรนด์ซูซูกิเป็นที่ยอมรับและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยต่อไปอย่างมั่
นคงในอนาคต พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย
ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ ซูซูกิมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 3 รุ่น
ประเภท B-SUV (BEV), Crossover SUV และ Mini-SUV
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การนำเข้ารถยนต์ Global Model
เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตามที่ได้ประกาศไว้เมื่อปี 2567
โดยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ดังกล่าว
จะช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไต
ล์ที่แตกต่างของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ทั้งการใช้งานที่เน้นความคล่องตัวในเมือง
และความอเนกประสงค์สำหรับการเดินทางไกล
พร้อมยังคงเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคาเป็นสำคัญ
ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในปีนี้ จะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค
และกระตุ้นความต้องการในตลาดอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
โดยซูซูกิได้เตรียมความพร้อมในทุกด้าน
โดยเฉพาะการยกระดับศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่าย เพื่อเสริมสร้างความรู้
ความเชี่ยวชาญ และมาตรฐานการให้บริการที่เป็นเลิศ
รองรับการดูแลผลิตภัณฑ์และลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นอกเหนือจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่
ความสำคัญของงานบริการหลังการขายที่จะเป็นกุญแจสำคัญในปี 2569
เราจะยกระดับและพัฒนาในแต่ละส่วนงานบริการเพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นและลดความกั
งวลให้แก่ลูกค้าในระยะยาว โดยมีรายละเอียดดังนี้
- โปรแกรมฟรีเช็กระยะยาวนานถึง 7 ปี
ซูซูกิเดินหน้า โปรแกรมฟรีเช็กระยะนานถึง 7 ปี สำหรับผู้ใช้รถยนต์ SUZUKI FRONX
และ SUZUKI SWIFT เพื่อส่งเสริมความอุ่นใจในการใช้งานระยะยาว
ช่วยให้ลูกค้าสามารถดูแลบำรุงรักษารถยนต์ได้ต่อเนื่องตามระยะที่กำหนด
ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและคลายความกังวลในระยะยาวแล้ว
ยังเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นในด้านสมรรถนะและความพร้อมใช้งานของรถยนต์ซูซูกิ
ให้คงประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ - ขยายการรับประกันคุณภาพงานซ่อมและอะไหล่ เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือ 20,000
กิโลเมตร
ซูซูกิยกระดับความคุ้มครองเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าหลังเข้ารับบริการ
ด้วยการขยายการรับประกันคุณภาพงานซ่อมและอะไหล่ จากระยะเวลาเดิม 3 เดือน
หรือ 5,000 กิโลเมตร เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร
(แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน)
เพื่อยืนยันถึงมาตรฐานการซ่อมและคุณภาพของอะไหล่แท้ซูซูกิที่ผลิตตามมาตรฐานเดีย
วกับโรงงานประกอบรถยนต์ มั่นใจได้ในความทนทานและความปลอดภัยสูงสุด - ชูความเป็นมาตรฐานและยกระดับงานบริการที่เหนือความคาดหมายด้วยระบบ S-
Solution
ซูซูกิได้พัฒนาแนวทางการให้บริการ S-Solution
เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างรอบด้าน
โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกและความมั่นใจในทุกขั้นตอนของการเข้า
รับบริการ ระบบ S-Solution จะช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลงานบริการ
งานซ่อมบำรุงที่จะมาพร้อมภาพถ่ายประกอบงานซ่อม
สามารถตรวจสอบรายละเอียดงานซ่อมได้อย่างชัดเจน เข้าใจง่าย
และติดตามความคืบหน้าได้อย่างสะดวกผ่านช่องทาง Suzuki Application และ LINE
Official Account ส่งผลให้กระบวนการบริการมีความรวดเร็ว โปร่งใส
และเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น - ระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่สำรอง เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการ
ซูซูกิมีการบริหารจัดการคลังสำรองอะไหล่ไว้ในระบบ ครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่น
เพื่อรองรับความต้องการของศูนย์บริการทั่วประเทศได้อย่างทันท่วงที
นอกจากนี้ยังได้มีการพัฒนารูปแบบช่องทางการจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่เพิ่มเติม
เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้ออะไหล่แท้ผ่านระบบช่องทางออนไลน์
ที่จะพร้อมให้บริการได้ในเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป
เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงอะไหล่แท้ของ Suzuki ของลูกค้าได้ทุกที่ ทุกเวลา
ระบบดังกล่าวจะถูกออกแบบให้ลูกค้าสามารถค้นหาและสั่งซื้ออะไหล่แท้ได้อย่างสะดวก
รวดเร็ว และมั่นใจในคุณภาพ
โดยมีการเชื่อมโยงกับผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
เพื่อให้การจัดส่งและบริการหลังการขายเป็นไปตามมาตรฐานของ Suzuki
นอกจากนั้น ซูซูกิยังมีแผนเดินหน้าขยายเครือข่ายการให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
โดยมุ่งเพิ่มความสะดวกและความรวดเร็วในการเข้ารับบริการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค
พร้อมยกระดับการเข้าถึงบริการมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ทั้งนี้
ซูซูกิจะให้ความสำคัญกับการขยายศูนย์บริการในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานสูง
รวมถึงพื้นที่ที่ยังไม่มีโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้เปิดศูนย์บริการ 2S
เพิ่มจำนวน 4 แห่ง และในปี 2569 ตั้งเป้าขยายเพิ่มอีกจำนวน 5 แห่ง
เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึงและเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการในทำเล
สำคัญทั่วประเทศ
ศูนย์บริการ 2S ให้บริการงานซ่อมบำรุงและบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะ
โดยช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการอบรมจากบริษัทฯ พร้อมเครื่องมือมาตรฐาน
เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและคุณภาพในการใช้งานของลูกค้า
โดยครอบคลุมการให้บริการตั้งแต่การตรวจเช็กและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ระบบเบรก
ผ้าเบรก และน้ำมันเบรก การเปลี่ยนไส้กรองอากาศและไส้กรองแอร์
ตรวจเช็กระบบช่วงล่างและยางรถยนต์ ไปจนถึงระบบไฟ แบตเตอรี่
และการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน
นอกจากนี้ ศูนย์บริการ 2S ยังจำหน่ายและติดตั้ง อะไหล่แท้ซูซูกิ
ซึ่งผลิตตามมาตรฐานเดียวกับชิ้นส่วนที่ใช้ในสายการผลิตจากโรงงาน
ผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ มีความทนทานสูง
พร้อมระบบสำรองและกระจายอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ
ช่วยให้ลูกค้าได้รับบริการอย่างรวดเร็ว
ศูนย์บริการ 2S จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมศักยภาพงานบริการของซูซูกิ
เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น
โดยซูซูกิให้การสนับสนุนผู้จำหน่ายอย่างรอบด้าน ทั้งในเรื่องของการฝึกอบรมบุคลากร
ระบบเทคโนโลยี และการสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ อาทิ
ป้ายสัญลักษณ์ SUZUKI การออกแบบศูนย์บริการ และอุปกรณ์ตกแต่งภายใน
เพื่อให้ศูนย์บริการ 2S สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันซูซูกิมีศูนย์บริการระดับมาตรฐาน 3S (Sales, Service & Spare
Parts) จำนวน 85 แห่งครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
และมีแผนที่จะขยายและพัฒนาศักยภาพศูนย์บริการเหล่านี้ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่
ายศูนย์บริการ รวมถึงการยกระดับศูนย์ซ่อมสีและตัวถังให้มีความพร้อมสูงสุด
ทั้งในเรื่องของด้านการบริหารจัดการ
การจัดฝึกกอบรมบุคลากรเพื่อพัฒนาศักยภาพการขายรถยนต์ซูซูกิ
โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะแบบรอบด้านสำหรับที่ปรึกษาการขาย
รวมถึงการฝึกอบรมทักษะของบุคลากรที่ปรึกษางานบริการและการฝึกอบรมทักษะของช่
างเทคนิค เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าในระยะยาว
และพร้อมรองรับลูกค้ารถยนต์ซูซูกิในอนาคตอีกด้วย
นายทาดาโอะมิ ให้ความเห็นเกี่ยวกับภาพรวมตลาดว่า “ในปี 2568
ตลาดรถยนต์รวมมียอดขายอยู่ที่จำนวน 622,395 คัน เติบโตขึ้นจากปี 2567 ประมาณ
8.68% ซึ่งมีแนวโน้มทรงตัวจากการแข่งขันราคาที่รุนแรง ส่วนในปี 2569 นี้
เราต้องจับตาดูการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่จะส่งผลต่อราคาและทิศทางของ
ผู้บริโภคที่เริ่มมองหารถยนต์ที่ปล่อย CO 2 ต่ำมากขึ้น”
นายทาดาโอะมิ กล่าวสรุปตอนท้ายว่า
“ซูซูกิยังคงมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขายและความโปร่งใสใน
ทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเสมอมา
โดยเราเชื่อว่าการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพรุ่นใหม่
ผสานกับการขยายศูนย์บริการที่ครอบคลุมเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว
จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและครองใจผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ ซูซูกิพร้อมยึดมั่นในแนวทาง ‘SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ
คือความเข้าใจทุกความต้องการ’
เพื่อพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง
มุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาสังคมไทย
พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าและชุมชนในทุกช่วงเวลาตลอดไป”
