“ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์พรีเมียม เอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อม “AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE”

“ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์พรีเมียม เอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อม “AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE”

กรุงเทพฯ – 19 ตุลาคม 2569: บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว “ออล นิว
มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์พรีเมียม เอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
ภายใต้คอนเซปต์ “Live Masterpiece นิยามใหม่ของความหรูหราในทุกการเดินทาง” นับเป็น มิตซูบิชิ
ปาเจโร รุ่นที่ 5 ที่สานต่อมรดกความสำเร็จกว่า 44 ปี สู่บทใหม่แห่งยนตรกรรมที่สะท้อนความเป็นที่สุดของมิตซูบิชิ
มอเตอร์ส ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการผสานความเหนือระดับ (Prestige)
ที่สัมผัสได้ผ่านความประณีตและสุนทรียภาพในทุกมิติ ความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence)
จากสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังทั้งบนทางเรียบและทางฝุ่น และความสะดวกสบาย (Comfort)
ของห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ควบคู่กับเทคโนโลยีล้ำสมัยมากมาย
เพื่อเติมเต็มทุกเส้นทางของชีวิตอย่างมีระดับ ให้ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดได้อย่างง่ายดาย
พร้อมพิชิตทุกความสำเร็จได้อย่างมั่นใจในแบบฉบับของตัวเอง
มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เป็นมากกว่ารถยนต์พรีเมียม เอสยูวี แฟล็กชิปเจเนอเรชันใหม่
แต่เป็นการสืบทอดตำนานไอคอนิกของปาเจโรที่ครองใจผู้คนทั่วโลกมายาวนานกว่า 4 ทศวรรษ
พร้อมยกระดับของแบรนด์ใหม่ให้ตอบรับความคาดหวังของลูกค้าในยุคปัจจุบัน
โดยเรามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะฐานการผลิตหลักและศูนย์กลางการส่ง
ออกเชิงยุทธศาสตร์ อีกทั้งยังเป็นตลาดแรกของโลกที่วางจำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้
ก่อนขยายสู่ประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลียภายในปีงบประมาณ 2569 และมีแผนทำตลาดในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป
ตลอดระยะเวลา 65 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มิตซูบิชิ มอเตอร์ส
ได้สั่งสมประสบการณ์และความเข้าใจในวิถีชีวิต ความต้องการของลูกค้า ตลอดจนสภาพถนนที่หลากหลาย
ซึ่งรวมเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนา ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร
ให้รับมือกับทุกการใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยผ่านการทดสอบบนถนนจริงในประเทศไทย
ระยะทางรวมกว่า 100,000 กิโลเมตร พร้อมปรับจูนให้เข้ากับสภาพการขับขี่และรูปแบบการใช้งานจริง
ภายใต้ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทีมงานไทยและญี่ปุ่น ทั้งในด้านการพัฒนา การควบคุมคุณภาพ
และการผลิต เพื่อให้ได้รถยนต์พรีเมียม เอสยูวี คุณภาพสูง
ตามมาตรฐานระดับโลก
นอกจากนี้ กว่า 80% ของผู้ผลิตและจัดส่งชิ้นส่วนสำหรับ ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร
เป็นผู้ประกอบการที่มีฐานการดำเนินงานอยู่ในประเทศไทย
ตอกย้ำศักยภาพของบุคลากรไทยและความแข็งแกร่งของเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วน
ในประเทศ อีกทั้งยังมีส่วนสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านการจ้างงาน การส่งออก

และการส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานฝีมือในอุตสาหกรรมยานยนต์
โดยเราจะยังคงเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับประเทศไทยต่อไป และเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน”
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการออกแบบให้สอดรับกับทุกจังหวะของชีวิต ตอบโจทย์ทั้งภาพลักษณ์ รสนิยม
และไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางกลางเมืองใหญ่ในวันทำงาน
ไปจนถึงการออกไปท่องโลกกว้างในวันพักผ่อนที่ต้องการความอิสระและความท้าทาย
ด้วยความเป็นรถยนต์พรีเมียม เอสยูวี ที่รอบด้านทั้งความเหนือระดับ (Prestige) ความมั่นใจในการขับขี่
(Confidence) และความสะดวกสบาย (Comfort) ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร
จึงสามารถมอบประสบการณ์ระดับมาสเตอร์พีซให้กับทุกช่วงเวลาของการใช้งานได้อย่างแท้จริง
ความเหนือระดับ (Prestige)
ดีไซน์ภายนอก สง่างาม ทรงพลัง เหนือกาลเวลา
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “สง่างามอย่างทรงพลัง” (Grand Charisma)
ที่หลอมรวมความแข็งแกร่งเข้ากับความสง่างามได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยสัดส่วนตัวถังขนาดใหญ่ บึกบึน
และเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว เด่นชัดในทุกมุมมอง ขณะเดียวกันยังคงรักษาซิกเนเจอร์ของปาเจโรไว้
ผ่านรายละเอียดรอบคันที่ได้รับการพัฒนาใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเสา C
ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของ มิตซูบิชิ
ปาเจโร รุ่นที่ 1 และส่วนท้ายบริเวณพื้นที่ตำแหน่งยางอะไหล่ในรุ่นก่อนที่ได้รับการปรับปรุงใหม่
เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระให้มากกว่าเดิม พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยกระจังหน้าแบบ Kendo Mask ในรุ่น GLS และ
GSR ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะการต่อสู้ชั้นสูงของญี่ปุ่น
ให้ความรู้สึกปราดเปรียวและภูมิฐานภายใต้เส้นแนวนอนทอดยาว ส่วนรุ่น Super Exceed
พิเศษยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าแบบ Honeycomb ที่นำโฉมหน้าเอกลักษณ์ของ มิตซูบิชิ
ปาเจโร รุ่นที่ 1 ตำนานแห่งทะเลทรายจากการแข่งขันดาการ์ แรลลี่ มาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยและสปอร์ตพรีเมียม
กว่าเคย
ไฟหน้า-ท้ายแบบ LED จัดเรียงเป็นรูปตัวที (T-Shape) พร้อมสอดแทรกความเป็น มิตซูบิชิ ปาเจโร รุ่นแรก
ด้วยการฝังไฟหน้าและไฟตัดหมอกแบบ LED เข้าไปในตัวรถ
เพื่อลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของชุดไฟจากการใช้งานในเส้นทางสมบุกสมบัน
อีกทั้งยังเพิ่มลูกเล่นด้วยไฟหน้า-ท้ายแบบไดนามิก (Dynamic Flow Light)
ที่ให้แอนิเมชันไฟเคลื่อนไหวเมื่อทำการล็อกและปลดล็อกรถ
เสริมความปลอดภัยให้กับการเดินทางยามค่ำคืนด้วยระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าและไฟสูงแบบอัตโนมัติ
(Automatic Headlight and Automatic High Beam) และไฟหน้า LED แบบปรับระดับลำแสงอัตโนมัติ
(Adaptive LED Headlight) รวมถึงไฟส่องพื้น พร้อมสัญลักษณ์ PAJERO (Puddle Lamp with PAJERO Logo)
ที่อำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกรถอย่างมีสไตล์
ซุ้มล้อขนาดใหญ่ให้บุคลิกที่น่าเกรงขาม รับกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ในรุ่น GLS ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 20 นิ้ว
ในรุ่น GSR และล้ออัลลอยสีทูโทนรมดำขนาด 20 นิ้ว ในรุ่น Super Exceed พร้อมคิ้วซุ้มล้อที่รองรับการติดตั้งท่อ
สน็อกเกิล ซึ่งช่วยยกช่องรับอากาศของเครื่องยนต์ให้สูงขึ้น ให้ลุยได้ในทุกเส้นทางที่ท้าทาย
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มีสีภายนอกทั้งแบบทูโทนและโมโนโทน รวม 9 สี โดยมีสีไฮไลต์ 2 สี ได้แก่ สีอาร์เมอร์
คอปเปอร์ (Armour Copper) สีทองแดงที่ให้ความหนักแน่น ทรงพลัง ขับเน้นเส้นสายและสัดส่วนให้ชัดเจนขึ้น
และสีแฟนทอม บลู (Phantom Blue) สีฟ้าอมเทาที่ให้ความมั่นคง สุขุมลุ่มลึก
พร้อมประกายทองที่เผยให้เห็นตามองศาการตกกระทบของแสง
ดีไซน์ภายใน ไฮเอนด์ ประณีต พิถีพิถันทุกรายละเอียด
ภายในห้องโดยสารของ ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ให้ความหรูหราขั้นสุดด้วยโทนสีน้ำตาลอ่อน-ดำ (Camel-
Black) ที่จัดวางคู่กันอย่างมีรสนิยม วัสดุเบาะหนังแท้ Semi-Aniline
ที่มีผิวสัมผัสนุ่มนวลแต่ยังคงความทนทานและง่ายต่อการขจัดคราบสกปรก
และหลังคากระจกพาโนรามาขนาดใหญ่ที่สุดในคลาส ให้เปิดรับโลกกว้างภายนอกได้อย่างเต็มที่

ก่อนเติมเต็มความประณีตสูงสุดด้วยแผงด้านหน้าที่ใช้เทคนิคการเดินด้ายแบบงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของญี่ปุ่น หรือ
คิเมะโคมิ (Kimekomi) ในการฝังหนังสังเคราะห์คุณภาพสูงให้แนบลึกไปกับร่องพื้นผิว
เพื่อสร้างมิติให้กับงานหุ้มและเผยความละเอียดอ่อนของการประกอบชิ้นงาน
และแผงประตูที่ตกแต่งด้วยการเย็บแบบพิเศษในแนวโค้ง
(S-Curve Stitching) ซึ่งต้องอาศัยทักษะและความแม่นยำในการเย็บบนรูปทรงที่ซับซ้อน
สะท้อนการให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานฝีมือชั้นสูงในทุกรายละเอียด

ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสและหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบชิ้นเดียว (Monolithic Dual
Display) ขนาด 14.3 นิ้ว ในรุ่น Super Exceed และขนาด 12.3 นิ้ว ในรุ่น GLS และ GSR รองรับการแสดงผล
คอนเทนต์และข้อมูลการทำงานของรถ พร้อมกราฟิกไดนามิก 16
รูปแบบที่ปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาของวันแบบเรียลไทม์ อีกทั้งดีไซน์มาตรวัด 3
ช่องจากรุ่นก่อนหน้ายังถูกนำมาพัฒนาใหม่เป็นหน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) ในแบบดิจิทัล
แสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ของตัวรถ อาทิ มุมการเคลื่อนไหวหรือการเอียงของตัวถังรถ (Pitch and Roll)
องศาความเอียงของรถ ช่วยให้ตรวจสอบสภาวะการขับขี่ได้อย่างทันท่วงที
โดยเฉพาะเมื่อต้องขับผ่านพื้นที่ลาดชันหรือเส้นทางออฟโรด
รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางและสภาพเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ระดับความสูง
ทิศทางการเดินทาง และนาฬิกา
Dynamic Sound Yamaha Ultimate สุนทรียภาพแห่งเสียง รังสรรค์ขึ้นเพื่อทุกการเดินทาง
ระบบเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ของ ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการพัฒนาร่วมกับยามาฮ่า
คอร์ปอเรชั่น โดยมาพร้อมลำโพง 12 ตำแหน่งที่ถ่ายทอดรายละเอียดเสียงได้อย่างเต็มอรรถรส
ตั้งแต่เสียงร้องไปจนถึงเสียงเครื่องดนตรี พร้อมระบบชดเชยเสียง 3
รูปแบบที่สามารถปรับระดับความดังและย่านความถี่ได้ตามสถานการณ์ ได้แก่ ระบบชดเชยเสียงตามความเร็วรถ
(Speed Compensated Volume) ระบบชดเชยเสียงเมื่อฝนตก (Rain Compensated Volume)
และระบบชดเชยเสียงตามความแรงลมของระบบปรับอากาศ (Air-conditioner Compensated Volume)
อีกทั้งยังเลือกปรับโหมดเสียงได้ 4 รูปแบบตามความชื่นชอบ และปรับตำแหน่งฟังได้ถึง
5 ตำแหน่ง ครอบคลุมทั้งห้องโดยสาร เพื่อความรื่นรมย์ตลอดเส้นทาง
ความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence)
สมรรถนะเหนือชั้น รอบด้านทั้งออนโรดและออฟโรด
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบแถวเรียง ดีเซล คอมมอนเรล
ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) 16 วาล์ว พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบช่วงกว้าง Wide Range Single-VGT
ให้อัตราเร่งที่ตอบสนองไวและนุ่มนวล รวมถึงอินเตอร์คูลเลอร์แบบระบายความร้อนด้วยน้ำ
และระบบหมุนเวียนไอเสียกลับมาเผาไหม้ใหม่แบบแรงดันต่ำที่ลดการใช้เชื้อเพลิงและมลพิษ โดยให้พละกำลังสูงสุด
204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร มอบอัตราเร่งที่ฉับไวและการตอบสนองที่มั่นใจ
ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ รุ่นใหม่ ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นอย่างต่อเนื่อง พร้อม Sport Mode และ
Paddle Shift เพื่อเพิ่มอิสระในการควบคุมความคล่องตัว ให้ทุกการเร่งแซงและการขับขี่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame)
ถูกพัฒนาใหม่ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง
เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างและการต้านทานต่อแรงบิดและแรงดัด
ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระแบบปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง
ทำงานร่วมกันกับระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบ
5 ลิงค์ ทอร์คอาร์ม พร้อมเหล็กกันโคลง ให้การขับขี่ที่สะดวกสบาย นิ่มนวล และมั่นคง เสริมด้วยโช้คที่มีระยะยุบ-
ยืดกว้าง ช่วยรักษาการสัมผัสพื้นถนนและเสถียรภาพของตัวรถ แม้ขณะขับขี่ผ่านภูมิประเทศที่ซับซ้อน
โดยทั้งหมดนี้ไม่เพียงรองรับสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด แต่ยังแสดงถึง
“ความสะดวกสบายในทุกเส้นทางออฟโรด” (Off-Road Comfort) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา
เพื่อการเดินทางที่ให้ดุลยภาพทั้งสมรรถนะและความสะดวกสบาย

ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยระบบ Super All Wheel Control (S-AWC)
เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ประสานการทำงานของระบบพื้นฐานในการควบคุมรถ
ตั้งแต่การเร่งความเร็ว การเข้าโค้ง ไปจนถึงการชะลอรถ และการเบรก ซึ่งทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
Super Select 4WD-II (SS4-II)
ที่เปิดโอกาสให้เลือกรูปแบบการขับเคลื่อนให้สอดรับกับสภาพถนนและลักษณะเส้นทาง
ที่แตกต่างกัน 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H (ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง) 4H (ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์) 4HLc (ขับเคลื่อน
4 ล้อแบบพาร์ทไทม์) และ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเพลาขับหน้า-หลังและใช้อัตราทดเกียร์ต่ำ)
โดยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) ยังรวมการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ
เข้ากับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC)
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Active Stability and
Traction Control – ASTC) และระบบป้องกันล้อ
ล็อกขณะเบรก (Anti-lock Braking System – ABS)
ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจในหลากหลายสภาพอากาศและเส้นทาง
โหมดการขับขี่มีให้เลือกมากถึง 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock
ซึ่งปรับการตอบสนองของระบบขับเคลื่อนและระบบควบคุมต่าง ๆ
ให้การควบคุมรถและการส่งกำลังเป็นไปอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การขับขี่บนถนนทั่วไปไปจนถึงเส้นทางกรวด หิมะ
โคลน ทราย และพื้นหิน
ช่วยให้ผู้ขับขี่เลือกโหมดให้สอดคล้องกับสภาพเส้นทางได้อย่างสะดวกและมั่นใจในทุกสภาพพื้นผิวที่เผชิญ
ความสะดวกสบาย (Comfort)
ห้องโดยสารกว้างขวางที่สุดในคลาส สะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาสในทุกที่นั่ง
ห้องโดยสารของ ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ให้พื้นที่กว้างขวางและโออ่าที่สุดในคลาส มอบความโปร่งสบายระดับ
เฟิร์สคลาสด้วยพื้นที่เหนือศีรษะ พื้นที่ช่วงไหล่
และพื้นที่วางขาที่ออกแบบมาอย่างคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสารทุกตำแหน่งที่นั่ง
พร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียดของการใช้งานด้วยเบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบดันหลังปรับไฟฟ้า
ระบบเป่าลมเย็น และระบบจดจำตำแหน่งทั้งเบาะนั่งแถวหน้า พวงมาลัยไฟฟ้า และกระจกมองข้าง
สำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถพับแยกแบบ 60:40 และสไลด์เลื่อนหน้า-หลังได้ถึง 150 มิลลิเมตร
เพื่อปรับพื้นที่วางขาให้เหมาะกับความต้องการของผู้โดยสาร พร้อมฟังก์ชันพับเบาะไปด้านหน้า (Tumble)
ที่ช่วยให้เข้า-ออกเบาะนั่งแถวที่ 3 ได้สะดวกยิ่งขึ้น ในขณะที่เบาะนั่งแถวที่ 3
สามารถรองรับสรีระในท่านั่งที่เป็นธรรมชาติ และสามารถพับแยกแบบ 50:50
เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่จัดเก็บสัมภาระได้อย่างยืดหยุ่น
ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในชีวิตประจำวันหรือทริประยะไกล
อีกขั้นของความสงบจากโลกภายใน พร้อมผจญภัยกับโลกภายนอก
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มอบบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้เปี่ยมด้วยความสงบและความสบาย
ด้วยกระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) จำนวน 5 บานที่ติดตั้งบริเวณกระจกบังลมหน้า กระจกประตูคู่หน้า
และกระจกประตูคู่หลัง พร้อมวัสดุซับเสียงรอบคัน ช่วยลดเสียงรบกวนจากแรงลมปะทะ เสียงจากพื้นถนน
และเสียงเครื่องยนต์ ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้เงียบสงบยิ่งขึ้น เพื่อให้ทุกบทสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น
พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน
ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นส่วนตัวตลอดการเดินทาง
ครบครันด้านความปลอดภัย อุ่นใจตลอดเส้นทาง
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทุกคนในห้องโดยสาร ด้วยถุงลม 7 ตำแหน่ง
และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา ที่ให้มาอย่างครบครันตั้งแต่รุ่น GLS และ
GSR ถึง 13 ระบบ โดยรุ่น Super Exceed เพิ่มเติมด้วยระบบเบรกอัตโนมัติขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic
Brake – RCTB) ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keep Assist – LKA) และระบบจดจำป้ายจราจร (Traffic
Sign Recognition – TSR) รวม 16 ระบบ อีกทั้งยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ MI-PILOT

ซึ่งทำงานร่วมกับระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control – ACC)
และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keep Assist – LKA) ช่วยรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า
พร้อมควบคุมตำแหน่งรถให้อยู่ใกล้แนวกึ่งกลางของช่องทางเดินรถ ช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ระหว่างการเดินทาง
โดยเฉพาะบนเส้นทางระยะไกล รวมถึงยังมีเทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะ MITSUBISHI CONNECT
ที่เชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับตัวรถผ่านบริการอัจฉริยะหลากหลายรูปแบบ
ตั้งแต่บริการช่วยเหลือฉุกเฉินและการขอความช่วยเหลือบนท้องถนน
ไปจนถึงการตรวจสอบสถานะและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ของรถจากระยะไกล
ช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลและบริการที่จำเป็นเป็นไปอย่างสะดวกสบายไร้กังวล
ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อม “AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE”
ที่มอบราคาจำหน่ายและสิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569
โดยวางจำหน่ายทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่
 รุ่น GLS 2WD ราคาจำหน่ายพิเศษเริ่มต้น 1,499,000 บาท
มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี
 สีเทา (Graphite Gray)
 สีเงิน (Blade Silver)
 สีขาวมุก (White Diamond) (เพิ่ม 20,000 บาท)

 รุ่น GSR 2WD ราคาจำหน่ายพิเศษเริ่มต้น 1,699,000 บาท
มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี
 สีเทา (Graphite Gray)
 สีขาวมุก (White Diamond) (เพิ่ม 20,000 บาท)
 สีแฟนทอม บลู (Phantom Blue) (เพิ่ม 20,000 บาท)
 รุ่น Super Exceed 4WD ราคาจำหน่ายพิเศษเริ่มต้น 1,999,000 บาท
มีสีภายนอกให้เลือก 5 สี
 สีเทาหลังคาดำ (Graphite Gray with Black Roof)
 สีดำมุก (Black Diamond) (เพิ่ม 20,000 บาท)
 สีขาวมุกหลังคาดำ (White Diamond with Black Roof) (เพิ่ม 20,000 บาท)
 สีแฟนทอม บลู หลังคาดำ (Phantom Blue with Black Roof) (เพิ่ม 20,000 บาท)
 สีอาร์เมอร์ คอปเปอร์ หลังคาดำ (Armour Copper with Black Roof) (เพิ่ม 20,000 บาท)
สำหรับสิทธิพิเศษภายใต้ “AMBASSADOR PROGRAM PACKAGE” ให้ความคุ้มค่าเหนือระดับ
ด้วยอัตราดอกเบี้ย 1.99% ประกันภัยชั้น 1 พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 1 ปี
รวมถึงแพ็กเกจบำรุงรักษา และฟรีค่าแรงเช็กระยะ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
พร้อมการรับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
โดยลูกค้าครอบครัวมิตซูบิชิ รับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท (รับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน M-Drive)
พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้า 2,000 ท่านแรก รับ “Pajero Exclusive Box” ของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส
สัมผัสความเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส “ออล นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร”
พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม 2569 ได้ที่โชว์รูมมิตซูบิชิ มอเตอร์ส กว่า 170 แห่งทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือมิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์

โทร.02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH