ฮอนด้าจับมือทีม Aston Martin Aramco Formula One® เปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการ พร้อมลุยศึก Formula 1 ฤดูกาล 2026

ฮอนด้าจับมือทีม Aston Martin Aramco Formula One® เปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการ พร้อมลุยศึก Formula 1 ฤดูกาล 2026

(กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น – 26 มกราคม 2569) – บริษัท ฮอนด้า
มอเตอร์ จำกัด จัดงานแถลงข่าว ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างฮอนด้าและทีม Aston
Martin Aramco Formula One
โดยฮอนด้าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขัน FIA *1 Formula One
World Championship (F1) ตั้งแต่ฤดูกาล 2026 เป็นต้นไป
ในฐานะผู้ผลิตและสนับสนุนเพาเวอร์ยูนิต (PU)
ภายใต้ความร่วมมือแบบพันธมิตรกับทีม Aston Martin Aramco
Formula One
ภาพรวมข้อมูลจากงานแถลงข่าวของผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน ประกอบด้วย:

  • นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท
    ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด
  • นายสเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและซีอีโอของ Formula 1
  • นายลอว์เรนซ์ สโตรลล์ ประธานบริหารของทีม Aston Martin
    Aramco Formula One
    *1 Fédération Internationale de lʼAutomobile
    <คำกล่าวของนายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ
    ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด>
    ■ ความสำคัญและจุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ของฮอนด้า

ย้อนกลับไปในปี 1964
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฮอนด้าเริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์
บริษัทได้ตัดสินใจก้าวสู่ความท้าทายครั้งสำคัญด้วยการเข้าร่วมการแข่ง
ขัน F1 ซึ่งถือเป็นซีรีส์การแข่งขันรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก
แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ
แต่ฮอนด้าก็สามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ F1
มาครองได้สำเร็จในปีที่ 2 ณ รายการ Mexican Grand Prix ในปี
1965 นับจากนั้นเป็นต้นมา ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1980
จนถึงต้นทศวรรษที่ 1990
ฮอนด้าได้ก้าวเข้าสู่ยุครุ่งเรืองร่วมกับทีมระดับตำนานอย่าง Williams
และ McLaren และ
ฮอนด้ายังคงสร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด
ร่วมคว้าแชมป์โลกประเภทนักขับร่วมกับ Red Bull Racing
ซึ่งกลายเป็นอีกบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นในการผลักดันขีดจำกัดของคว
ามเร็วและนวัตกรรมยานยนต์
การเข้าร่วมแข่งขัน F1
ซึ่งนับเป็นสุดยอดของโลกแห่งยนตรกรรมและวงการมอเตอร์สปอร์ต
สะท้อนถึงเจตนารมณ์และจิตวิญญาณของ นายโซอิจิโร ฮอนด้า
ผู้ก่อตั้งบริษัท และเป็นผู้จุดประกายให้วิศวกรของฮอนด้า
“มุ่งมั่นสู่การเป็นอันดับหนึ่งของโลก” และ
“กล้าเผชิญกับความท้าทายที่ยากที่สุด”
ซึ่งแนวคิดนี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ฮอนด้ายึดถือเสมอมา
โดยไม่หวั่นต่อความยากลำบาก
และการเลือกเดินบนเส้นทางที่ท้าทายที่สุดเสมอ

■ ความมุ่งมั่นของฮอนด้าต่อความท้าทายในยุคใหม่ของ F1
ในปี 2026 การแข่งขัน F1 จะมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบครั้งสำคัญ
ทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์และเพาเวอร์ยูนิต
โดยในส่วนของเพาเวอร์ยูนิตนั้น
กำลังไฟฟ้าที่ผลิตจากมอเตอร์และแบตเตอรีจะถูกพัฒนาให้เพิ่มสูงขึ้นถึง
เกือบ 3 เท่าจากปัจจุบัน
พร้อมกำหนดให้เครื่องยนต์ต้องใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน
ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ
เชื้อเพลิงทางเลือกใหม่ขั้นสูง ช่วยลดมลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ซึ่งหมายความว่า F1 กำลังก้าวสู่การเป็นมอเตอร์สปอร์ตแห่งอนาคต
ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าและการบร
รลุความเป็นกลางทางคาร์บอน นอกจากนี้
ภายใต้กฎควบคุมงบประมาณของ F1 *2
กำหนดให้ผู้ผลิตเพาเวอร์ยูนิตแต่ละรายจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพในก
ารพัฒนา เพื่อสร้างผลลัพธ์สูงสุดด้วยการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ
อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ภายใต้ยุคใหม่ของ F1 ฮอนด้ามุ่งหวังให้การแข่งขัน F1
เป็นสัญลักษณ์แห่งความท้าทายและนวัตกรรมใหม่ โดย Honda
Racing Corporation (HRC)
หน่วยงานฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของฮอนด้า ได้พัฒนา
RA626H ซึ่งเป็นเพาเวอร์ยูนิตรุ่นใหม่สำหรับฤดูกาลแข่งขันปี 2026
ด้วยเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าเผชิญกับทุกความท้าทายร่วมกับทีม Aston
Martin Aramco Formula One ต่อไป

■ การนำโลโก้ H Mark
ดีไซน์ใหม่มาใช้และการต่อยอดองค์ความรู้ของ HRC
รถแข่งที่ติดตั้งเพาเวอร์ยูนิต RA626H จะมีการใช้โลโก้ H Mark
ดีไซน์ใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ใหม่สำหรับธุรกิจรถยนต์
เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคตและ
จะปรากฏอยู่บนรถแข่ง F1
รวมถึงรถแข่งของฮอนด้าในรายการมอเตอร์สปอร์ตอื่น ๆ
(ซึ่งมีแผนจะใช้ในรายการ IndyCar, Super GT, Super Formula
Championship และ Super Taikyu Series)
นอกจากนี้ ฮอนด้าจะนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ที่ HRC
สั่งสมจากการแข่งขัน F1 และมอเตอร์
สปอร์ตรายการอื่น ๆ มาต่อยอด สู่การสร้างสรรค์รถยนต์รุ่น HRC-
spec ซึ่งจะมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ
โดยจะทำให้กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตของฮอนด้า
มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจรถยนต์มากยิ่
งขึ้น โดยการนำยนตรกรรมรุ่น HRC-spec ออกสู่ตลาด

ซึ่งรวมถึงรถยนต์รุ่นผลิตจริงที่พัฒนาต่อยอดมาจากรถต้นแบบอย่าง
Civic Type R HRC Concept
ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสถึง “ความสนุกในการขับขี่”
และ จิตวิญญาณแห่งความท้าทายของฮอนด้า
ฮอนด้ามองว่า F1
ไม่ได้เป็นเพียงรายการการแข่งขันรถยนต์ระดับโลก
แต่ยังเป็นพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร
โดยวิศวกรของฮอนด้าที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นในสนามแข่งขัน
ระดับโลก
จะนำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาใช้ในการพัฒนารถยนต์รุ่นผลิตจริง
เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มอบความสุขและแรงบันดาลใจที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า

■ การประยุกต์ใช้และการต่อยอดเทคโนโลยีจาก F1
สู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต
ฮอนด้าได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก F1 อาทิ
เทคโนโลยีการเผาไหม้ประสิทธิภาพสูง (High-efficiency
Combustion) และเทคโนโลยีการจัดการความร้อน (Thermal
Management) เทคโนโลยีในด้านระบบเครื่องยนต์รอบสูง (High
Rotational Speed)
ที่ครอบคลุมถึงมอเตอร์กำลังสูงและระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ขนาดใหญ่
ตลอดจนเทคโนโลยีเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน

ไม่เพียงแต่จะถูกนำมาประยุกต์ใช้กับรถยนต์ HEV และรถยนต์ EV
เจเนอเรชันถัดไปเท่านั้น
แต่ยังต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนการเดินทางบนน่านฟ้าของฮอน
ด้า เช่น eVTOL และ เครื่องยนต์สำหรับอากาศยาน
องค์ความรู้ด้านเชื้อเพลิงที่ยั่งยืนของฮอนด้าได้ถูกนำไปต่อยอดสู่การพั
ฒนาเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานที่ยั่งยืน (SAFs)
รวมถึงเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับขับเคลื่อน eVTOL ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา
ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีสำหรับชิ้นส่วนที่หมุนด้วยความเร็วสูง เช่น
เทอร์โบและมอเตอร์
ยังได้รับการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างวิศวกรเครื่องยน
ต์อากาศยานและทีมพัฒนาเพาเวอร์ยูนิตของ F1
เพื่อยกระดับนวัตกรรมผ่านการใช้งานจริงทั้งในสนามแข่งและบนฟ้า
ก่อให้เกิดการประสานพลังที่พร้อมขับเคลื่อนเทคโนโลยีของฮอนด้าให้ก้
าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ฮอนด้าจะใช้เทคโนโลยีจาก F1
เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสำหรับยานพา
หนะที่ครอบคลุมทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางอวกาศ
พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อน
รวมถึงการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง
■ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ F1 และความมุ่งมั่นของฮอนด้า
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยแรงสนับสนุนจากพันธมิตรสื่อทั้งทางทีวี
คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย บริการสตรีมมิ่งระดับโลก และภาพยนตร์
ทำให้ฐานผู้ติดตามของ F1 เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยในปี 2025
มีจำนวนแฟน F1 ทั่วโลกสูงถึง 827 ล้านคน และในการแข่งขัน
Japanese Grand Prix เมื่อปีที่ผ่านมา ณ สนาม ซูซูกะเซอร์กิต
ได้สร้างสถิติผู้ชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นับตั้งแต่การปรับปรุงสนามครั้งใหญ่ในปี 2009
สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมและความน่าตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เ
คยปรากฏมาก่อน

ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะแบ่งปันความสุขแห่งชัยชนะร่วมกับแฟน ๆ
ที่ให้การสนับสนุนมาอย่างยาวนาน รวมถึงแฟนคลับรุ่นใหม่ของ F1
และฮอนด้าด้วยเช่นกัน
นับตั้งแต่ฤดูกาลแข่งขันปี 2026 เป็นต้นไป
ฮอนด้าจะดำเนินกิจกรรมในรายการ F1 ภายใต้โลโก้ใหม่
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งพันธมิตรระหว่างฮอนด้าและ F1
โดยฮอนด้าจะร่วมกับทีม Aston Martin Aramco Formula One
เพื่อถ่ายทอดความตื่นเต้นและความท้าทายในการก้าวสู่จุดสูงสุดของโล

และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนในเส้นทางแห่งความท้าทา
ยครั้งใหม่นี้ต่อไป
<คำกล่าวของนายสเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและซีอีโอของ
Formula 1>
นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับวงการ F1 เมื่อฮอนด้าและทีม
Aston Martin Aramco Formula One
ได้ร่วมมือกันและก้าวเข้าสู่การแข่งขันเพื่อชิงรางวัลสูงสุดของ F1
การแข่งขัน Formula 1
เริ่มต้นจัดการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี 1976
ก่อนจะย้ายมาจัดที่สนามซูซูกะในปี 1987 ทำให้การแข่งขัน F1
มีความผูกพันกับประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน
โดยเป็นสังเวียนที่ใช้ตัดสินตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับมาแล้วถึง
13 ครั้ง โดยปัจจุบันความนิยมของ F1
กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น โดยมีฐานแฟนที่หลงใหลใน F1
อยู่กว่า 17 ล้านคน โดยการแข่งขัน Japanese Grand Prix
ที่สนามซูซูกะเซอร์กิต เมื่อปีที่ผ่านมา มียอดผู้เข้าชมช่วงสุดสัปดาห์สูงถึง
266,000 คน และมียอดผู้ชมผ่านการถ่ายทอดสดในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง
26% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การกลับมาของฮอนด้าสู่ F1
ในปีนี้จะช่วยส่งเสริมศักยภาพของกีฬานี้ในตลาดญี่ปุ่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ในระดับสากล
กีฬาชนิดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีฐานแฟนคลับรวมกว่า 827
ล้านคนทั่วโลก โดยกลยุทธ์สำคัญของ F1
คือการเข้าถึงและสร้างความผูกพันกับผู้ชมผ่านพื้นที่สื่อที่เข้าถึงไลฟ์สไต
ล์ผู้คนในมิติที่เหนือความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม
ความบันเทิง ดนตรี รวมถึงสื่อโทรทัศน์และภาพยนตร์
ซึ่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของวงการมอเตอร์สปอร์ตนี้ส่งผลดีต่อผู้เกี่ย
วข้องในทุกภาคส่วน ปัจจุบันทีมแข่ง F1
กำลังเติบโตและอยู่ในภาวะที่เฟื่องฟูทั้งด้านภาพลักษณ์และการเงินจนส
ามารถดึงดูดผู้สนับสนุนระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำจำนวนมาก
สะท้อนถึงเสน่ห์และศักยภาพของ F1
ที่มีความน่าดึงดูดใจอย่างเหนือระดับในสายตาแบรนด์ระดับโลก
การปฏิรูปกฎระเบียบครั้งสำคัญสำหรับฤดูกาล 2026
ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้ฮอนด้าตัดสินใจ
หวนคืนสู่สังเวียนนี้อีกครั้ง
โดยกฎใหม่ดังกล่าวจะมีการปรับปรุงทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแ
ชสซีส์ และเพาเวอร์ยูนิต
ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการ F1
ไฮไลต์สำคัญคือ
การนำเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีโครงสร้างเรียบง่ายขึ้นแต่ขับเคลื่อนด้วยกา
รใช้พลังงานเชื้อเพลิงยั่งยืนให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยยังคงไว้ซึ่งสมรร
ถนะการขับขี่อันทรงพลังและยอดเยี่ยมเช่นเดิม
F1 สะท้อนให้เห็นถึงพันธสัญญาของฮอนด้า และทีม Aston Martin
Aramco Formula One ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน
และกำลังดำเนินงานตามแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระ
จกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2030 โดยเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา
สามารถลดการปล่อยคาร์บอนลงได้ถึง 26% เมื่อเทียบกับปี 2018 โดย
F1 พร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น
และยังคงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรอย่างฮอนด้าเพื่อก้าวข้ามขีด

จำกัดและยกระดับมาตรฐานของวงการมอเตอร์สปอร์ตต่อไป

<คำกล่าวของนายลอว์เรนซ์ สโตรลล์ ประธานบริหารของทีม Aston
Martin Aramco Formula One>
นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเฉลิมฉลองคว
ามร่วมมือครั้งใหม่ ทีม Aston Martin Aramco Formula One
และฮอนด้า ต่างมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องกันในหลายด้าน
ซึ่งได้หล่อหลอมเป็นพันธสัญญาที่แข็งแกร่งเพื่อมุ่งสู่ฤดูกาล 2026
และต่อยอดความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
Aston Martin Technology Centre แห่งใหม่ ณ เมืองซิลเวอร์สโตน
สหราชอาณาจักร ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในระดับที่ไม่เคยมีมาก่
อน โดยมีอุโมงค์ลมแห่งใหม่ เป็นนวัตกรรมสำคัญในการพัฒนารถแข่ง
พร้อมด้วย ดาต้าเซ็นเตอร์
ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อยกระดับขีดความสามารถของทีมไปอี
กขั้น เรามุ่งมั่นที่จะทลายทุกข้อจำกัดและทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง
โดยมีเป้าหมายคือความสำเร็จในอนาคตเป็นหัวใจสำคัญ
ทีม Aston Martin Aramco Formula One
กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นพันธมิตรโรงงานร่วมกับฮอนด้าอย่างเต็มรูปแบบ
ทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์และเพาเวอร์ยูนิต
จะถูกออกแบบและรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญต่อความมุ่งมั่นในการคว้าแชมป์โลก
นอกจากนี้ ทีมยังภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Aramco
ในฐานะผู้สนับสนุนเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน และ Valvoline
สำหรับผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่นเป็นครั้งแรก
พันธมิตรที่แข็งแกร่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ
เราขอขอบคุณฮอนด้า Aramco และ Valvoline
ที่ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และทุ่มเททำงานเคียงข้างกันอย่างเต็มกำลัง

ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างฐานปฏิบัติการของทีม Aston Martin
Aramco Formula One ในสหราชอาณาจักร และ HRC Sakura
ในประเทศญี่ปุ่น
ได้พัฒนาสู่การเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นและเพียบพร้อมด้วยองค์ประกอบ
สำคัญสู่ชัยชนะ นอกจากนี้
นักแข่งของทีมยังมีความเชื่อมั่นในเพาเวอร์ยูนิตและทีมวิศวกรของฮอน
ด้า ขณะเดียวกัน
การก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ ของนายแอนดี้
โคเวลล์
ยังเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงการผสานการทำงานอย่างเป็นเอกภาพขอ
งทุกฝ่าย
ซึ่งความเชี่ยวชาญระดับโลกของนายแอนดี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่
ช่วยให้ทีมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ขอเชิญชวนแฟน ๆ ของทีม Aston Martin Aramco Formula One
ทุกท่านในญี่ปุ่น
มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญเพื่อมุ่งสู่ชัยชนะ
และด้วยความร่วมมือกับฮอนด้า
ทีมงานทุกคนพร้อมทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อคว้าชัยชนะและสร้า
งประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปด้วยกัน
นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเดินทางไปกับทุกคน
และขอขอบคุณทุกแรงใจและการสนับสนุนที่มีให้เราเสมอมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *