







กรุงเทพฯ 8 กันยายน 2569 – บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) จัดงาน
“THAIVIVAT NEXT MOVE – Driving the Future of Motor Insurance”
เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี
พร้อมประกาศวิสัยทัศน์การพัฒนาประกันภัยยุคใหม่ที่มุ่งยกระดับบทบาทของประกัน
ภัยจากการดูแลเมื่อเกิดความเสียหาย สู่การเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกวัน
และเปิดตัว “Crash Detection” ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ
ที่ช่วยตรวจจับเหตุการณ์อุบัติเหตุขณะขับรถ
และเชื่อมต่อการขอความช่วยเหลือได้แบบเรียลไทม์
เพื่อยกระดับการดูแลผู้ขับขี่ในช่วงเวลาสำคัญขณะเกิดอุบัติเหตุ
จาก “Peace of Mind” สู่ “Quality of Life”
นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมื่อพูดถึงประกันภัย
สิ่งที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือ “Peace of Mind”
หรือความอุ่นใจจากการมีหลักประกันเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
ซึ่งยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของธุรกิจประกันภัย ขณะเดียวกัน
ประกันภัยไทยวิวัฒน์มองว่าบทบาทของประกันภัยสามารถก้าวไปได้มากกว่าการดูแล
เมื่อเกิดเหตุ จึงมุ่งพัฒนาประกันภัยให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน
ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในหลากหลายด้าน ทั้งสุขภาพ การเดินทาง ที่อยู่อาศัย
และการใช้รถยนต์
แนวคิดนี้นำมาสู่ทิศทาง “Beyond Peace of Mind สู่ Quality of Life”
จากการสร้างความอุ่นใจเมื่อเกิดความเสี่ยง
ไปสู่การช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้ดีขึ้นในทุกวัน โดยมี “คิดเผื่อ เพื่อทุกชีวิต”
เป็นแนวคิดสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ และมีเป้าหมายที่แท้จริงคือ
การช่วยให้คนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน”
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่ม Non-Motor ในปี 2569
ที่มุ่งให้ประกันภัยเข้ามาดูแลเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวันมากขึ้น
เริ่มจากประกันสุขภาพ “Active Health”
ที่ส่งเสริมให้ผู้เอาประกันดูแลสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Garmin, Decathlon และศูนย์เวลเนสชั้นนำ
โดยนำกิจกรรมการดูแลสุขภาพมาต่อยอดเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันทุกเดือนสูงสุดถึง
40%
ด้านที่อยู่อาศัย “TVI Homie Care” ประกันภัยบ้าน รูปแบบใหม่
ออกแบบความคุ้มครองให้ครอบคลุมสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตในบ้านยุคปัจจุบัน
รวมถึงความต้องการรูปแบบใหม่อย่าง สัตว์เลี้ยงและแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
เพื่อให้ความคุ้มครองสอดคล้องกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป
ด้านการเดินทาง “TVI Smart Delay”
สิทธิประโยชน์จากประกันภัยการเดินทางต่างประเทศพลัส
ช่วยดูแลผู้เดินทางเมื่อเที่ยวบินล่าช้า โดยหากเที่ยวบินล่าช้าเกิน 90 นาที
ลูกค้าสามารถใช้บริการห้องรับรองสนามบินในเครือข่าย LoungeKey
เพื่อพักผ่อนระหว่างรอเที่ยวบินได้ทันที
ลดความกังวลและเพิ่มความสะดวกในสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
10 ปี “ประกันรถเปิดปิด” จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องประกันรถยนต์
สำหรับประกันภัยรถยนต์ ไทยวิวัฒน์เดินหน้าพัฒนานวัตกรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมี
“ประกันรถเปิดปิด”
เป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาประกันภัยให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง
เปิดตัวและพัฒนามานานกว่า 10 ปี ปัจจุบันได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ากว่า
400,000 กรมธรรม์ ครอบคลุมการใช้งานทั่วทั้ง 77 จังหวัด
ประกันรถเปิดปิดช่วยให้คนไทยเข้าถึงประกันภัยรถยนต์ได้มากขึ้น ด้วยแนวคิด
จ่ายค่าเบี้ยตามที่ขับรถจริง สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล
และช่วยประหยัดค่าเบี้ยได้สูงสุดถึง 80%
นอกจากนี้ ยังต่อยอดด้วยฟีเจอร์ “รถติดไม่คิดเบี้ย”
ซึ่งได้คืนเวลาการใช้งานให้ลูกค้าแล้วกว่า 30 ล้านนาที
ช่วยให้การคิดค่าเบี้ยประกันสอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานรถมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนา Motor Insurance Ecosystem
ครอบคลุมตั้งแต่บริการดิจิทัล การตรวจสภาพรถ การนำ AI
มาช่วยประเมินความเสียหาย การยกระดับมาตรฐานอู่ซ่อมผ่าน “Thaivivat
Guarantee” การจัดตั้ง Quality Control Center เพื่อควบคุมคุณภาพอะไหล่
รวมถึง “รถทดแทนระหว่างซ่อม” ที่ลูกค้าสามารถเลือกรับรถได้ที่อู่พาร์ทเนอร์
จุดเดียวกันกับที่นำรถเข้าซ่อม
เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างต่อเนื่องระหว่างรอรถซ่อม
เปิดตัว “Crash Detection” คิดเผื่อในวินาทีที่คุณไม่มีเวลาคิด
ไฮไลต์สำคัญของงานครั้งนี้ คือการเปิดตัว “Crash Detection”
ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ
ที่เข้ามาช่วยในช่วงเวลาขณะที่เกิดอุบัติเหตุซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด
เมื่อผู้ขับขี่อาจอยู่ในภาวะตกใจ ได้รับบาดเจ็บ
หรือไม่สามารถโทรแจ้งเหตุและระบุตำแหน่งได้ด้วยตัวเอง
แนวคิดของ Crash Detection
จึงเป็นการพัฒนาให้ช่วยลดขั้นตอนในสถานการณ์ดังกล่าว
โดยให้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยตั้งแต่การตรวจจับเหตุการณ์อุบัติเหตุ
ไปจนถึงการส่งต่อข้อมูลเพื่อประสานความช่วยเหลือลูกค้าประกันภัยเชิงรุกแบบเรียล
ไทม์
ดร.เฉลิมพล สายประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์
จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “Crash Detection ออกแบบให้ใช้งานง่าย
โดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม เพียงใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat
ระบบจะใช้เซ็นเซอร์ในสมาร์ตโฟนร่วมกับอัลกอริทึม
เพื่อตรวจจับแรงกระแทกและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุ
เมื่อระบบตรวจพบเหตุผิดปกติที่เข้าเงื่อนไข
จะแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานเพื่อยืนยันสถานการณ์และขอความช่วยเหลือได้ทันที”
“เมื่อผู้ใช้งานกดขอความช่วยเหลือ ระบบจะส่งพิกัด GPS
และข้อมูลที่จำเป็นไปยังศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อประสานทีมช่วยเหลือไปยังจุดเกิดเหตุ
พร้อมให้ลูกค้าติดตามสถานะการช่วยเหลือได้แบบเรียลไทม์
ช่วยให้การประสานงานในช่วงเวลาฉุกเฉินทำได้รวดเร็วขึ้น
และลูกค้าสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้โดยไม่ต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง”
เบื้องหลังการทำงานของ Crash Detection
จึงเป็นการเชื่อมต่อเทคโนโลยีหลายส่วนเข้าด้วยกัน ตั้งแต่เซ็นเซอร์บนสมาร์ตโฟน
การประมวลผลข้อมูลด้วยอัลกอริทึมการตรวจจับเหตุการณ์ที่เข้าเงื่อนไข
การระบุตำแหน่งด้วย GPS ไปจนถึงการส่งข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ปฏิบัติการ
เพื่อให้ข้อมูลจากจุดเกิดเหตุสามารถถูกส่งต่อไปยังทีมช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง
Crash Detection
จึงเป็นอีกก้าวของประกันภัยรถยนต์ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลลูกค้าตั้งแต่ช่วงแร
กของเหตุการณ์ เพิ่มความรวดเร็วในการประสานความช่วยเหลือ
และลดภาระของผู้ขับขี่ในช่วงเวลาที่อาจไม่สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง
จากการดูแลผู้เอาประกันภัย สู่การสร้างคุณค่าให้สังคม
นอกจากการพัฒนานวัตกรรมด้านประกันภัยแล้ว
ประกันภัยไทยวิวัฒน์ยังเดินหน้าโครงการ “Thaivivat Caring Forward คิดเผื่อ
เพื่อสังคม”
เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมการขับขี่ปลอดภัยเลือกมูลนิธิที่ต้องการช่วยเหลือ
โดยเมื่อครบปีกรมธรรม์และไม่มีการเคลมกรณีฝ่ายผิด
นอกจากลูกค้าจะได้ส่วนลดเบี้ยประวัติดีในปีต่ออายุแล้ว บริษัทฯ
จะนำเบี้ยประกันปีปัจจุบันส่วนหนึ่ง บริจาคให้มูลนิธิที่ลูกค้าเลือกสนับสนุน
และให้ลูกค้าสามารถรับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการบริจาคได้อีกด้วย ซึ่งในปี 2569 นี้
ลูกค้าสามารถลงทะเบียนเลือกช่วยเหลือหน่วยงานการกุศล ผ่านแอปพลิเคชัน
Thaivivat ได้แก่ สภากาชาดไทย, โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ,
กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก, มูลนิธิยุวพัฒน์,
มูลนิธิกระจกเงา, มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) และมูลนิธิรามาธิบดีฯ
ในโอกาสครบรอบ 75 ปี บริษัทฯ ยังมอบเงินจำนวน 10 ล้านบาท
ให้แก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ
เพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี
รองรับการรักษาพยาบาล การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต
โดยมี ศ.คลินิก นพ.อาทิตย์ อังกานนท์
คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
และประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิรามาธิบดีฯ
เป็นผู้แทนรับมอบเงินบริจาคในครั้งนี้
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด
(มหาชน) กล่าวว่า “โอกาสครบรอบ 75 ปีนี้ ได้พัฒนา Crash Detection
ซึ่งสะท้อนทิศทางของไทยวิวัฒน์ในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยดูแลลูกค้าในช่วงเว
ลาที่ต้องการความช่วยเหลือ
และเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประกันภัยให้ตอบโจทย์ชีวิตผู้คนมากขึ้น
และยังคงมุ่งมั่นเป็นพลังร่วมดูแลสังคมไปพร้อมกันด้วยกับโครงการ Thaivivat
Caring Forward”
“ก้าวต่อไปของไทยวิวัฒน์
คือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาการประกันภัยอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้คนไทยเข้าถึงการประกันภัยได้ง่ายขึ้น และได้รับการดูแลในมิติต่าง ๆ
ที่สอดคล้องกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งในวันที่เกิดเหตุและในทุกวันที่ใช้ชีวิต”
ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหรือตรวจสอบข้อมูลการบริการได้ที่
www.thaivivat.co.th แอปพลิเคชัน Thaivivat หรือ CallCenter โทร. 1231
