




- ปอร์เช่เชื่อมโยงรถสปอร์ตสำหรับการใช้งานบนท้องถนนและรถแข่งเข้าด้วยกันอย่างลงตัว
- ปอร์เช่ 911 ยังคงเอกลักษณ์ที่โดดเด่น พร้อมองค์ประกอบด้านความปลอดภัยและการแข่งขันที่จำเป็นอย่างครบถ้วน
- 911 Challenge ใหม่ พร้อมลงสนามแข่งขันในเอเชียผ่านรายการต่าง ๆ อาทิ Porsche Sprint Trophy Thailand และ Porsche Sprint Challenge Japan
ปอร์เช่ เอจี (Porsche AG) นำเสนออีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต โดย 911 Challenge ได้ผสานดีเอ็นเอของ 911 GT3 รุ่นปัจจุบันเข้ากับรถแข่ง ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาบนพื้นฐานของรถยนต์รุ่นผลิตจริง องค์ประกอบด้านความปลอดภัยที่ครบครัน และระบบควบคุมการขับขี่ที่พร้อมสำหรับมอเตอร์สปอร์ต ทำให้ 911 Challenge เป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสู่การแข่งขันอย่างจริงจัง พร้อมมีการบริหารค่าใช้จ่ายด้านการใช้งานและอะไหล่ให้เหมาะสมกับการแข่งขันโดยเฉพาะ โดยปอร์เช่วางจำหน่าย 911 Challenge ใหม่ ในราคา 208,800 ยูโร ไม่รวมภาษีในแต่ละประเทศสตุ๊ทการ์ท. รถแข่งรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับลูกค้าของปอร์เช่ เข้ามาเติมเต็มกลุ่มรถแข่งให้มีทางเลือกที่ครบครันยิ่งขึ้น โดยนับจากนี้รถแข่ง GT ทั้ง 4 รุ่นของปอร์เช่จะพัฒนาบนพื้นฐานของปอร์เช่ 911 โดย 911 ชาเลนจ์ (911 Challenge) ใหม่ ได้เข้ามาขยายทางเลือกในกลุ่มรถแข่ง GT ด้วยการเป็นรุ่นเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าสู่โลกของการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต
911 ชาเลนจ์ แตกต่างจากรถแข่ง Cup ที่เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ด้วยการนำเทคโนโลยีจาก GT3 รุ่นผลิตจริงมาใช้อย่างหลากหลาย นอกเหนือจากแอโรไดนามิกแล้ว ยังรวมไปถึงเกียร์ PDK 7 จังหวะ พวงมาลัยจาก GT3 RS ที่เพิ่มฟังก์ชันเฉพาะสำหรับการแข่งขัน และระบบปรับอากาศ
ระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่สามารถปรับตั้งค่าได้ เช่น ระบบ ABS ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน และระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC) รวมถึงระบบควบคุมการขับขี่ที่ปรับตั้งค่าได้ ช่วยให้ผู้ขับขี่เริ่มต้นเข้าสู่โลกของมอเตอร์สปอร์ตได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV+) ที่สามารถปรับได้หลายระดับ โดยตั้งแต่ฤดูกาลแข่งขันปี 2027 เป็นต้นไป 911 ชาเลนจ์ จะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันที่ใช้รถรุ่นเดียวกัน (One-Make Series) ได้หลากหลายรายการทั่วโลก โดยสำหรับในเอเชีย ครอบคลุมรายการต่าง ๆ อาทิ Porsche Sprint Trophy Thailand และ Porsche Sprint Challenge Japan
โทมัส เลาเดนบัค (Thomas Laudenbach) รองประธานฝ่ายปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต กล่าวว่า “นับตั้งแต่การเปิดตัวรถยนต์ตระกูล GT3 ได้มีบทบาทสำคัญในการสะท้อนเอกลักษณ์ของปอร์เช่ในฐานะผู้ผลิตรถสปอร์ตมาโดยตลอด โดยปอร์เช่ได้พัฒนารถยนต์ตระกูลนี้ร่วมกับทีมมอเตอร์สปอร์ตมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสำหรับ 911 ชาเลนจ์ เราได้สานต่อสิ่งนี้ด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มใหม่ได้สัมผัสประสบการณ์อันเร้าใจของมอเตอร์สปอร์ตผ่านปอร์เช่ 911”
ไมเคิล ไดรเซอร์ (Michael Dreiser) หัวหน้าฝ่ายขายปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต กล่าวว่า “911 ชาเลนจ์ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การขับขี่จาก 911 GT3 ที่สามารถใช้งานบนท้องถนนสู่การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตสำหรับลูกค้าได้โดยตรงยิ่งกว่าที่เคย ผู้ขับขี่สามารถทำความคุ้นเคยกับรถได้โดยไม่ต้องใช้เวลานานในการเรียนรู้ และเริ่มต้นขับกิโลเมตรแรกบนสนามแข่งด้วยรูปแบบของรถที่คุ้นเคย เราได้สานต่อแนวคิดที่ปอร์เช่ยึดถือมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 ซึ่งลูกค้าจะได้รับรถที่พร้อมสำหรับการแข่งขัน พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยสำหรับมอเตอร์สปอร์ต ระบบบันทึกข้อมูล บริการด้านอะไหล่ รวมไปถึงคู่มือข้อมูลทางเทคนิค”
ระบบส่งกำลัง แชสซี และเบรก พร้อมเครื่องยนต์และเกียร์ PDK มาตรฐานจาก 911 GT3
เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบ ขนาด 4.0 ลิตร ที่สามารถทำงานในรอบสูง พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ของ GT3 รุ่นผลิตจริงเป็นหลัก พร้อมมอบกำลังสูงสุด 379 กิโลวัตต์ (515 แรงม้า) ที่ 8,500 รอบต่อนาที และทำรอบเครื่องยนต์สูงสุดได้ถึง 9,000 รอบต่อนาที ท่อเก็บเสียงด้านท้ายที่ปรับแต่งใหม่สำหรับรถแข่งยังมาพร้อมอุปกรณ์ที่ช่วยลดมลพิษจากไอเสีย โดยไม่จำเป็นต้องใช้ตัวกรองอนุภาค ระบบส่งกำลังใช้เกียร์ PDK คลัตช์คู่ 7 จังหวะ เช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นผลิตจริง พร้อมคงรูปแบบการเปลี่ยนเกียร์ทั้งแบบอัตโนมัติและแบบแมนนวลผ่านแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
ในด้านแชสซี 911 ชาเลนจ์ มาพร้อมชิ้นส่วนที่พัฒนาสำหรับการแข่งขันหลากหลายรายการ รวมถึงชิ้นส่วนจาก 911 คัพ ( 911 Cup) โดยโช้คอัพได้รับการปรับการทำงานให้เหมาะสำหรับมอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะ ส่วนเหล็กกันโคลงมาตรฐานสามารถปรับได้ 3 ระดับ พร้อมยางสำหรับการแข่งขันแบบไม่มีดอกยาง ขนาด 18 นิ้ว และใช้ระบบยึดล้อมาตรฐานแบบ 5 รู ซึ่งเป็นแบบเดียวกันกับ 911 GT4 R ที่เพิ่งเปิดตัวไปก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ระบบเบรกสำหรับการแข่งขันยังมาพร้อมจานเบรกเหล็กขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 380 มม. ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยใช้เทคโนโลยีเดียวกับ GT4 R
ตัวถังและห้องโดยสาร พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด
911 ชาเลนจ์ มีขนาดตัวรถเท่ากับ GT3 พร้อมใช้ชิ้นส่วนหลักของตัวถังแบบเดียวกันทั้งหมด และติดตั้งระบบยกรถด้วยแรงดันอากาศ (Air Jack) จำนวน 3 จุดเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ด้านท้ายติดตั้งไฟสำหรับการแข่งขันในสภาพฝนตกที่ผ่านการรับรองจาก FIA รวมถึงฝากระโปรงหน้าที่สามารถเปิดได้อย่างรวดเร็วด้วยชุดล็อกที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ พร้อมปีกหลังที่สามารถปรับได้ 4 ระดับ
ภายในห้องโดยสารมีความแตกต่างจากรุ่นที่ใช้งานบนท้องถนนอย่างชัดเจน โดยนำวัสดุซับเสียง พรม และวัสดุตกแต่งภายในทั้งหมดออก พร้อมติดตั้งโครงนิรภัยที่เชื่อมเข้ากับตัวรถ เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างและช่วยปกป้องผู้ขับขี่ในกรณีเกิดการชน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย อาทิ ถังน้ำมัน FT3 ความจุ 110 ลิตร เบาะนั่งสำหรับการแข่งขันแบบ Bucket Seat ที่สามารถปรับได้ พร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 6 จุด และระบบดับเพลิง
911 ชาเลนจ์ ได้พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นรถสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ และไม่ได้รับการรับรองสำหรับการใช้งานบนท้องถนน โดยจะให้ความสำคัญกับการใช้งานในสนามแข่งอย่างเต็มรูปแบบ
รถแข่งจากปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ 911
911 ชาเลนจ์ ใหม่ พัฒนามาจากปอร์เช่ เคย์แมน จีที4 คลับสปอร์ต (Cayman GT4 Clubsport) รุ่นแรก และ 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส คลับสปอร์ต (718 Cayman GT4 RS Clubsport) รุ่นล่าสุด โดยเป็นรถแข่งรุ่นเริ่มต้นที่มีราคาที่เข้าถึงได้มากที่สุดของปอร์เช่ จึงตอบโจทย์ทั้งผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่โลกของมอเตอร์สปอร์ตและนักแข่งที่มีประสบการณ์ พร้อมรองรับสำหรับการแข่งขันที่ใช้รถรุ่นเดียวกันเป็นหลัก เช่น Porsche Challenges และ Porsche Trophies
สำหรับ 911 GT4 R ได้พัฒนาต่อยอดโดยตรงจาก 718 เคย์แมน จีที4 อาร์เอส คลับสปอร์ต สำหรับการแข่งขัน GT4 ระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทการแข่งขันที่เติบโตเร็วที่สุดในวงการมอเตอร์สปอร์ตสำหรับลูกค้าทั่วโลก รวมถึงปอร์เช่ 911 คัพ พร้อมลงสนามในรายการ Porsche Mobil 1 Supercup, Carrera Cup ในแต่ละประเทศ และการแข่งขันอื่น ๆ ของปอร์เช่ นอกจากนี้ 911 คัพ ยังเหมาะสำหรับการแข่งขันหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแข่งขันแบบเอ็นดูรานซ์และการแข่งขัน GT ที่เปิดให้รถจากผู้ผลิตต่าง ๆ เข้าร่วมการแข่งขัน
911 GT3 R ลงสนามร่วมกับทีมแข่งของลูกค้าในการแข่งขัน GT3 ระดับนานาชาติ ภายใต้กฎระเบียบของ FIA โดยรถแข่งรุ่นสูงสุดนี้สร้างผลงานมาแล้วด้วยการคว้าชัยชนะในรุ่นการแข่งขันที่เลอมังส์ (Le Mans) พร้อมคว้าแชมป์ Endurance Trophy ทั้งประเภททีมและนักแข่งในรายการ World Endurance Championship รวมถึงคว้าแชมป์ประเภทนักแข่ง DTM 2 สมัย และแชมป์ประเภทผู้ผลิตอีก 1 สมัย และล่าสุดเมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 911 GT3 R ยังคว้าชัยชนะประเภท Overall ในการแข่งขัน 24 Hours of Spa-Francorchamps เพิ่มอีกหนึ่งความสำเร็จ
ข้อมูลเพิ่มเติมและลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
Porsche 911 GT3 R:รถแข่งรุ่นสูงสุดสำหรับการแข่งขัน GT ของลูกค้า
Porsche 911 Cup:รถแข่งยอดนิยมสำหรับการแข่งขันที่ใช้รถรุ่นเดียวกัน (One-Make Series)
Porsche 911 GT4 R:รถแข่งที่พัฒนาขึ้นสำหรับการแข่งขัน GT4 ระดับนานาชาติ
สามารถติดตามข้อมูล รูปภาพ และวิดีโอเพิ่มเติมได้ทาง Porsche Newsroom: newsroom, ช่องทาง X, ช่องทาง WhatsApp, และช่องทาง Instagram เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์และภาพจากสนามแข่งทั่วโลก
เกี่ยวกับปอร์เช่ ประเทศไทย
ปอร์เช่ ประเทศไทย ดำเนินการโดยบริษัท เอเอเอส ออโต้ อิมพอร์ต จำกัด (AAS Auto Import Co., Ltd.) เป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวของยนตรกรรมสปอร์ต ปอร์เช่ ในประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งจากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2536 แบรนด์ปอร์เช่ เป็นผู้ผลิตรถยนต์สปอร์ตหรูชั้นนำจากเมือง สตุ๊ทการ์ท ประเทศเยอรมนี ซึ่งมีชื่อเสียงจากรุ่นในตำนานอย่าง 911, 718, Cayenne, Macan, Panamera และ Taycan ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์ที่เปิดตัวในปี 2562 และในปี 2567 ได้เปิดตัว Macan ยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของปอร์เช่
ปัจจุบัน ปอร์เช่ ประเทศไทย มีโชว์รูมและศูนย์บริการเปิดให้บริการ 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ Porsche Centre Bangkok (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Centre Pattanakarn (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Centre Bangna (บริหารงานโดย บริษัท สตุทการ์ต ออโต้โมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด), Porsche Centre Pattaya (บริหารงานโดย บริษัท ไซม์ ดาร์บี้ ออโต้ สปอร์ตส จำกัด), Porsche Store Bangkok ที่ศูนย์การค้า Emsphere (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด), Porsche Studio Siam Paragon ชั้น 2 (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด) และ Porsche Now Bangkok ที่กำลังจะเปิดตัวเป็น Porsche Centre Kanlapaphruek อย่างเป็นทางการเร็ว ๆ นี้ (บริหารงานโดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด)
