





กรุงเทพฯ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านยานยนต์ของไทย
จัดพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการฝึกอบรมในโครงการ BMW Service Apprentice ประจำปี
2023 (รุ่นที่ 12) และ 2024 (รุ่นที่ 13) ณ ศูนย์ฝึกอบรม บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
โดยโครงการนี้มุ่งยกระดับแรงงานอาชีวะไทยให้มีทักษะความเชี่ยวชาญด้านเมคคาทรอนิกส์และยานยนต์สมั
ยใหม่ตามมาตรฐานสากล เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
และเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต
โดย คุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป
ประเทศไทย ประธานในพิธี กล่าวว่า “ความสำเร็จของน้อง ๆ ผู้สำเร็จการอบรมในวันนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยง่าย
ทุกท่านต้องผ่านกระบวนการฝึกอบรมที่เข้มข้นทั้งภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติ
และการฝึกงานจริงในศูนย์บริการของบีเอ็มดับเบิลยู
การมอบประกาศนียบัตรในวันนี้ไม่ใช่เพียงการรับรองความสำเร็จของการเรียน
แต่เรากำลังต้อนรับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญระดับมาตรฐานสากล (DIHK Standard Level A)
เข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ ในยุคที่เทคโนโลยียานยนต์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีดิจิทัล บทบาทของช่างเทคนิคจึงมีความสำคัญยิ่งขึ้น น้อง ๆ
ผู้สำเร็จการอบรมทุกคนในวันนี้ ไม่ได้เป็นเพียงช่างเทคนิคเท่านั้น
แต่ยังเป็นเสมือนตัวแทนที่พร้อมส่งมอบความเป็นเลิศด้านบริการของบีเอ็มดับเบิลยูสู่อนาคต
ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
และสนับสนุนโอกาสทางอาชีพของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน”
โครงการ BMW Service Apprentice ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555
สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาอุต
สาหกรรมยานยนต์รักษ์โลกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยเป็นโครงการศึกษาและฝึกอบรมระบบทวิภาคี (Dual System)
ภายใต้ความร่วมมืออย่างแข็งแกร่งกับเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ, หอการค้าเยอรมัน-ไทย
(GTCC) ผ่านโครงการเยอรมัน-ไทย เพื่อความเป็นเลิศในการศึกษาทวิภาคี (GTDEE)
และสถาบันอาชีวศึกษาชั้นนำ
หลักสูตรนี้ได้ผสมผสานองค์ความรู้ทั้งด้านเมคคาทรอนิกส์และเทคโนโลยียานยนต์เข้าด้วยกัน
นักศึกษาจะได้เรียนรู้ภาคทฤษฎีในสถานศึกษา ควบคู่ไปกับการฝึกปฏิบัติงานจริงกับช่างผู้เชี่ยวชาญ
ตลอดระยะเวลา 2 ปีของหลักสูตร โครงการมุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิตของนักศึกษาอย่างรอบด้าน
ทั้งการมอบทุนการศึกษา เบี้ยเลี้ยงรายเทอม รวมถึงการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างรายวันให้เหมาะสม
ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองความสามารถระดับ A-Level
ซึ่งเทียบเท่ามาตรฐานระดับสากลของสมาคมหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งเยอรมนี (DIHK)
พร้อมรับประกันโอกาสในการเข้าทำงานเป็นพนักงานประจำกับศูนย์บริการบีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศทันทีหลั
งจบการศึกษา ปัจจุบัน โครงการนี้ได้มอบทุนการศึกษาและสร้างช่างฝีมือไปแล้วรวม 309 คน ทั้งนี้
ยังมีนักศึกษาที่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาและฝึกปฏิบัติงานอีกจำนวน 49 คน ได้แก่ นักศึกษารุ่นที่ 14
และนักศึกษารุ่นที่ 15
โดยสถิติที่ผ่านมาพบว่าผู้สำเร็จการศึกษามีอัตราการคงอยู่และเติบโตในระบบเครือข่ายของบีเอ็มดับเบิลยูสูง
ถึง 76% สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการสร้างสายอาชีพที่มั่นคง
ความสำเร็จของโครงการนี้เกิดจากการผนึกกำลังของทุกภาคส่วน
โดยภายในงานได้รับเกียรติจากคณะผู้บริหารระดับสูง ผู้ทรงคุณวุฒิ และพันธมิตรเครือข่ายสถานศึกษา
เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง นำโดย คุณอเล็กซานเดอร์ ลอยท์เกบ
ที่ปรึกษาฝ่ายความร่วมมือด้านอาชีวศึกษา ประจำสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี
ประจำประเทศไทย, ดร.กมลศักดิ์ สุระดม ผู้บริหารหอการค้าเยอรมัน-ไทย (GTCC), คุณชนินทร์
ฐิติจารุไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า และ คุณมนัสนันท์
อยู่ญาติวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายคุณวุฒิและการฝึกอบรม บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากสถาบันการศึกษาอาชีวศึกษาพันธมิตร ได้แก่ ดร.นวลอนงค์
ธรรมเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ, อาจารย์ประเสริฐ
กลิ่นชู ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก (อี.เทค), อาจารย์พลภัทร
เลาหสูต รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยการอาชีพบางแก้วฟ้า
(หลวงพ่อเปิ่นอุปถัมภ์), คุณฟรานซิส วิชัย ศรีสุระ ที่ปรึกษาอาวุโสวิทยาลัยเทคโนโลยีดอนบอสโก
และ อาจารย์ปุณณภัสสร ศรีแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการวิทยาลัยการอาชีพบ้านไผ่
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะสานต่อการลงทุนในการพัฒนาทักษะวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบไฟฟ้าแรงสูง
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของเยาวชนไทย
และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ยุคแห่งยานยนต์อัจฉริยะที่ยั่งยืน
