



กรุงเทพฯ, 29 เมษายน 2569 — ในโอกาสครบรอบ 3 ปี OMODA &
JAECOO ได้ประกาศยอดขายสะสมทั่วโลกทะลุ 1 ล้านคัน
ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์รุ่นใหม่ที่บรรลุเป้าหมาย 1 ล้านคันได้เร็วที่สุด
จากความสำเร็จนี้ แบรนด์จึงเร่งขับเคลื่อนแผนธุรกิจ “From Million to
Annual Million” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายยอดขาย 1 ล้านคันต่อปีภายในปี 2570
โดยจะใช้กลยุทธ์ผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การพัฒนาเทคโนโลยีไฟฟ้า
และการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาประยุกต์ใช้
ณ งาน Auto China 2026 ในกรุงปักกิ่ง OMODA & JAECOO
ได้เปิดตัวเฟสใหม่ของการขยายตัวสู่ตลาดโลกผ่านไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่
น นำโดย OMODA 4, OMODA 7 และ JAECOO 7
ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์สองแนวทางของแบรนด์อย่างชัดเจน คือ
ครอสโอเวอร์ที่เน้นดีไซน์แฟชั่น และรถออฟโรดระดับพรีเมียม
ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ทั่วโลก
OMODA 4: ดีไซน์ Cyber-mecha ผสานการขับขี่อัจฉริยะรุ่นใหม่
เปิดตัวครั้งแรกในงานและเดินหน้าสู่การผลิตสำหรับ OMODA 4
กำหนดเป้าหมายไปที่กลุ่ม “Cyber LOHAS” ด้วยสไตล์ Cyber-mecha
ที่โดดเด่นพร้อมห้องโดยสารอัจฉริยะที่ออกแบบมาตอบโจทย์สำหรับคนรุ่นให
ม่โดยเฉพาะ ระบบ AI Cabin ผสานความบันเทิงแบบอินเทอร์แอคทีฟ
การสื่อสารด้วยเสียงที่มีอารมณ์
และระบบนำทางอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ในชีวิตประจำวันที่สะดวกสบาย
เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 OMODA & JAECOO
ได้ตอกย้ำความสำเร็จด้วยพิธีส่งมอบ OMODA 4 คันแรกจากสายการผลิต
และลูกค้าชาวไทยที่กำลังรอการเปิดตัว OMODA 4 ทาง OMODA &
JAECOO ประเทศไทย
เตรียมนำรถไฟฟ้าสำหรับรุ่นนี้เข้าสู่ตลาดไทยในฐานะรุ่นเรือธงของแบรนด์ภ
ายในปีนี้
ผู้บริโภคชาวไทยจะได้สัมผัสเอสยูวีสุดล้ำที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับดี
ไซน์แห่งอนาคต
พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่อย่างแ
ท้จริง สะท้อนความพร้อมในการนำเข้าสู่ตลาดไทย
ติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดตัว OMODA 4
ในประเทศไทยได้เร็ว ๆ นี้
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวแผนธุรกิจ “From Million to Annual Million”
อย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้นควบคู่ไปกับงาน Chery International Business
Summit
โดยนำเสนอวิสัยทัศน์การเติบโตระดับโลกและแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่
ของแบรนด์ในระยะต่อไป ในขณะเดียวกัน OMODA & JAECOO
ยังคงเร่งพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
จะมีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ติดตั้งเทคโนโลยี VPD (Valet Parking
Driver) เป็นระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ
สามารถเรียกรถจากระยะไกลและจอดรถอัตโนมัติได้อย่างชาญฉลาด
พร้อมกันนี้ยังเปิดตัว OMODA 4 ULTRA
เวอร์ชันสมรรถนะสูงสำหรับลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่แรงกว่าแ
ละตื่นเต้นยิ่งขึ้น
ตั้งแต่เปิดตัวทั่วโลกในปี 2566 OMODA & JAECOO
ได้เติบโตและขยายการดำเนินงานเข้าสู่ 69
ตลาดสำคัญทั่วโลกและสร้างเครือข่ายผู้จำหน่ายกว่า 1,364 แห่ง
โดยยุโรปกลายเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยส่วนแบ่งการตลาดกว่า 40% ของยอดขายทั่วโลก ขณะที่ตลาดอื่น ๆ
ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง การขยายตัวในระดับโลกนี้
ประกอบกับไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและเทคโนโลยีไฮบริดขั้นสูง
ถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้แบรนด์มีความมั่นใจในการบรรลุเป้าหมายยอด
ขาย 1 ล้านคันต่อปีภายในปี 2570
นอกจากนี้ในสหราชอาณาจักร OMODA & JAECOO อยู่ในอันดับที่ 6
ของยอดขายแบรนด์ ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 4.7% โดยมียอดขาย 17,951
คันในเดือนเดียว ยืนยันความเชื่อมั่นของผู้ใช้ JAECOO 7 SHS-P
ได้กลายเป็นมาตรฐานระดับโลกสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ
JAECOO 5 EV มียอดขาย 20,000
คันต่อเดือนภายในเวลาเพียงเก้าเดือนหลังเปิดตัว และครองอันดับ 1
ในยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในหลายตลาด รวมถึงอินโดนีเซียและไทย
ซึ่งประเทศไทยมียอดจดทะเบียน JAECOO 5 EV เป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 5
เดือน(ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568 – เดือนมีนาคม 2569 แยกรายโมเดล)
และ OMODA 5 SHS-H มียอดขายสะสมทั่วโลกเกิน 400,000 คัน
โดยรุ่นไฮบริด (HEV) ติดอันดับ 3 ในหลายตลาดหลัก
สำหรับประเทศไทย ได้เปิดตัว THE NEW OMODA C5 EV
อย่างเป็นทางการในงาน Bangkok International Motor Show 2026
ตอกย้ำภาพลักษณ์รถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมากกว่ายานพาหนะ
แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตน ผ่านดีไซน์ที่โดดเด่นและเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดย
THE NEW OMODA C5 EV ถูกออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ภายใต้แนวคิด ROBO SHARK Design พร้อมไฟหน้า LED
และไฟท้ายพาดยาวเต็มคัน ภายในห้องโดยสารมาพร้อมหน้าจอกลางขนาด
15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K ระบบเสียง Sony ฟิลเตอร์อากาศ PM 0.3
และเบาะนั่งอัจฉริยะ เสริมความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบช่วยขับขี่ ADAS
19 ฟังก์ชัน กล้องรอบคัน 540° และรองรับระยะทางสูงสุด 422
กิโลเมตรต่อการชาร์จ
นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญ และการเติบโตที่แข็งแกร่งของแบรนด์ OMODA &
JAECOO ที่ไม่เพียงพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยมากขึ้น
แต่ยังคงคำนึงถึงและตอบโจทย์ผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
