

กรุงเทพฯ. บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดฉากประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู ใหม่ รถยนต์รุ่นแรกจากตระกูล Neue Klasse ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมดบนพื้นฐานของการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า นวัตกรรมดิจิทัล ความยั่งยืน และสุนทรียภาพในการขับขี่ที่เหนือชั้นไปอีกขั้น การกลับมาของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใน
เจเนอเรชัน Neue Klasse นี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมด้านการออกแบบและเทคโนโลยีล่าสุดที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ออกมาเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างในทุกมิติ ภายใต้รูปลักษณ์ของรถยนต์อเนกประสงค์แบบ SAV (Sports Activity Vehicle)
มิสคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การมาถึงของ Neue Klasse นับเป็น
อีกหนึ่งก้าวสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป
และเป็นจุดเริ่มต้นของยานยนต์ในเจเนอเรชันใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู เราตื่นเต้นมากที่ได้นำบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่
ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกจากเจเนอเรชันนี้ มาเปิดตัวให้ได้สัมผัสกัน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
จากการผสมผสานนวัตกรรมทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดทั้งในด้านแบตเตอรี่และเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่
จึงเป็นรถยนต์ที่สะท้อนถึงทิศทางในอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู
และเป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของเราในประเทศไทยไปพร้อมกัน”
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ประกาศการพัฒนายานยนต์ในเจเนอเรชัน Neue Klasse เมื่อปี 2564
โดยถือเป็นการลงทุนในโครงการเพื่ออนาคตครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท ครอบคลุมทั้งในด้านการผลิต พัฒนารถยนต์
การดำเนินงานภายในโรงงาน ประสบการณ์การขับขี่ การออกแบบ และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับชื่อ “Neue Klasse”
มีที่มาจากรถยนต์ซีรีส์ Neue Klasse ซึ่งเข้าสู่สายการผลิตเป็นครั้งแรกในปี 2505
ก่อนจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบีเอ็มดับเบิลยูในการมุ่งสู่ความสำเร็จบนเวทีโลก ปูทางไปสู่การพัฒนารถยนต์ตระกูลซีรีส์
3 และซีรีส์ 5 ในเวลาต่อมา และหวนกลับมาอีกครั้งในโอกาสที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป
เตรียมเปิดฉากอีกหนึ่งยุคใหม่ที่นำทัพโดยบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่
ราคา: 3,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ รถยนต์รุ่นแรกจากตระกูล Neue Klasse ที่เข้าสู่สายการผลิตเต็มรูปแบบ
เป็นรถยนต์ SAV พลังงานไฟฟ้า 100% มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในทุกด้าน นับตั้งแต่
การออกแบบไปจนถึงเทคโนโลยีภายใน พร้อมมอบประสบการณ์ที่ชาญฉลาด เปี่ยมสมรรถนะ และโดดเด่นด้วย
คาแรกเตอร์เฉพาะตัวยิ่งกว่าที่เคย ก่อนจะปูทางไปสู่การเปิดตัวนวัตกรรมจาก Neue Klasse
ในรถยนต์รุ่นใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู
สะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยแนวทางการออกแบบที่ปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด
โดยนำเอกลักษณ์ดั้งเดิมของบีเอ็มดับเบิลยูมาตีความจากมุมมองใหม่ที่ล้ำสมัย
กระจังหน้าทรงไตคู่ในรุ่นนี้จัดวางมาในแนวตั้ง คล้ายคลึงกับกระจังหน้าของรถยนต์ Neue Klasse รุ่นดั้งเดิมจากทศวรรษ
1960 ทั้งยังติดตั้งระบบไฟ BMW Iconic Glow
มาขับเน้นกรอบกระจังให้เด่นสะดุดตาแทนการใช้กรอบโครเมียมในรุ่นเดิม ส่วนมือจับประตูทั้ง 4
ก็ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างมาอำนวยความสะดวกเช่นกัน ขณะที่ฝาปิดช่องชาร์จส่วนท้ายรถ นำ AI
มาวิเคราะห์ว่าผู้ขับขี่ตั้งใจจะจอดรถเพื่อชาร์จแบตเตอรี่หรือไม่ ก่อนจะทำการเปิด-ปิดฝาแบบอัตโนมัติ
เมื่อมองจากด้านข้าง บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ โดดเด่นด้วยพื้นผิวตัวถังขนาดใหญ่
ตัดด้วยเส้นสายที่แม่นยำเพื่อสร้างรูปลักษณ์และเหลี่ยมมุมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นเดียวกับรถยนต์
SAV ในรุ่นก่อนหน้า บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ มีซุ้มล้อทรงเหลี่ยมที่ขับเน้นบุคลิกของตัวรถให้ดูแข็งแกร่งและสง่างาม
เข้ากับล้อ BMW Individual aerodynamic ขนาด 22 นิ้วอย่างลงตัว
ส่วนไฟท้ายทอดยาวในแนวนอนเข้าสู่จุดกึ่งกลางของตัวรถ ทำให้ส่วนท้ายดู
ทรงพลังและโฉบเฉี่ยว ส่วนในด้านการใช้งาน iX3 ใหม่ ยังคงพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง
1,750 ลิตร เมื่อพับพนักพิงเบาะหลังลง และยังมีช่องเก็บของเพิ่มเติมใต้ฝากระโปรงหน้าความจุ 58 ลิตรอีกด้วย
ภายในห้องโดยสาร บีเอ็มดับเบิลยู iX3
50 xDrive M Sport ใหม่ ยกระดับ
การออกแบบที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง
อันเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของบีเอ็ม
ดับเบิลยู ด้วยระบบ BMW Panoramic
iDrive
ซึ่งพัฒนาขึ้นจากเสียงตอบรับของลูกค้า
รวมถึงข้อมูลจากรถยนต์ที่ใช้งานจริงกว่า
10 ล้านคัน และการศึกษาด้าน
การใช้งานจริงกับลูกค้าอีกกว่า 3,000
คนทั่วโลก ทั้งหมดนี้ทำให้ BMW
Panoramic iDrive รวบรวมองค์ประกอบและฟังก์ชันหลักๆ
ของตัวรถมาไว้ในระบบแสดงผลและควบคุมสั่งการที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร
โดยระบบจะฉายข้อมูลลงบนกระจกหน้าแบบเต็มความกว้าง
ตามหลักการออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยูที่เน้นให้ผู้ขับขี่ไม่ปล่อยมือจากพวงมาลัย
และไม่ต้องละสายตาจากเส้นทางข้างหน้า ทั้งนี้ ข้อมูลสำคัญสำหรับการขับขี่ทั้งหมดจะจัดวางไว้ในระยะสายตาของผู้ขับ
และเปิดให้สามารถปรับเปลี่ยนและเลือกเนื้อหามาวางในส่วนกลางและฝั่งผู้โดยสารได้โดยอิสระ
ส่วนอีกหนึ่งนวัตกรรมอย่างจอแสดงผล BMW 3D Head-Up Display ติดตั้งอยู่เหนือ BMW Panoramic Vision
ทางฝั่งผู้ขับ เพื่อแสดงข้อมูลเส้นทางเป็นภาพสามมิติ
เบื้องหลังระบบ BMW Panoramic iDrive คือระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X ที่พัฒนาขึ้นใหม่เช่นเดียวกัน
โดยตัวระบบเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งรายละเอียดในการใช้งานได้มากมาย ผ่านทางบัญชีผู้ใช้ BMW ID
ทั้งยังรองรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ ฟังก์ชันดิจิทัลอันหลากหลาย และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านแอป My
BMW ทั้งยังพร้อมรองรับเทคโนโลยีในอนาคตผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์จากบีเอ็มดับเบิลยูอีกด้วย
ส่วนหน้าจอแสดงผลกลาง
จัดวางในรูปแบบที่ยกตัวออกมาจากแผงคอนโซลหน้า ใช้งานได้สะดวกด้วยตำแหน่งการติดตั้งที่ไม่ไกลจากพวงมาลัย
และแสดงภาพได้คมชัดด้วยเทคโนโลยี Matrix Backlight ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ
ที่เรียกใช้งานเป็นประจำได้ผ่านวิดเจ็ต QuickSelect ที่จัดเรียงเป็นแถวแนวตั้งในฝั่งขวามือ โดยไม่ต้องเข้าเมนูหลายชั้น
ส่วนพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมปุ่มควบคุม
พร้อมรับคำสั่งจากผู้ขับขี่และแจ้งเตือนถึงฟังก์ชันต่างๆ ด้วยผิวสัมผัสของตัวปุ่มเอง ไฟส่องสว่างใต้ปุ่ม และระบบสั่น
(haptic feedback) ที่ตอบสนองต่อการสัมผัส ทั้งนี้ ระบบ BMW Panoramic iDrive
รับบทบาทเป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้ทั้งหน้าจอ องค์ประกอบงานออกแบบภายใน
พร้อมด้วยแสงและเสียงภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่
ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ผสานเป็นหนึ่ง พร้อมรองรับการปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการผ่านฟังก์ชัน My
Modes นอกจากนี้ ระบบเสียงสังเคราะห์ประกอบการขับขี่ BMW HypersonX ที่สรรสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดสำหรับรถยนต์
Neue Klasse ยังพร้อมเสริมบรรยากาศและความเร้าใจในทุกการเดินทาง
นอกเหนือจากเทคโนโลยีดิจิทัลแล้ว
ห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 50
xDrive M Sport ใหม่
ยังมอบพื้นที่กว้างขวางโอ่อ่าในทุกที่นั่ง
โดยแผงหน้าปัดแบบลอยตัวของระบบ
BMW Panoramic iDrive ทอดยาวตามแนวกระจกหน้ามาเชื่อมกับบานประตูได้อย่างพอดี
สร้างบรรยากาศของห้องโดยสารที่โอบล้อมทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารแบบรอบด้าน ส่วนระบบไฟตกแต่งภายใน
พร้อมด้วยหน้าต่างบานใหญ่และหลังคากระจกพาโนรามาแบบกันความร้อน
ช่วยสร้างบรรยากาศที่ยิ่งดูโอ่โถงและสว่างไสว แพ็กเกจ M Sport ที่ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานในรุ่นนี้
ยิ่งตอกย้ำรูปลักษณ์
อันปราดเปรียวของ iX3 ใหม่ ด้วยเบาะนั่งแบบมัลติฟังก์ชัน ปรับได้ 8 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า
พร้อมระบบรองรับหลังและโปรแกรมนวด 7 รูปแบบ รวมถึงพวงมาลัยแบบ M ภายในห้องโดยสาร
คู่ไปกับชุดแต่งที่เติมประกายสวยสะดุดตา
ด้านนอกตัวรถ
ในด้านสมรรถนะและการขับขี่ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 6
ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ Neue Klasse โดยเฉพาะ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง
แบตเตอรี่แรงดันสูงแบบใหม่ที่ใช้เซลล์ทรงกระบอก และเทคโนโลยีการชาร์จไฟระดับ 800 โวลต์ ทั้งนี้
เซลล์ทรงกระบอกถูกบรรจุเข้าสู่แบตเตอรี่แรงดันสูงโดยตรง (“cell to pack”)
เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานและประสิทธิภาพด้านต้นทุน นอกจากนี้
แบตเตอรี่แรงดันสูงยังถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวรถ (“pack to open body”)
เพื่อช่วยลดน้ำหนักของตัวรถให้น้อยที่สุด ทั้งหมดนี้ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่
สามารถส่งพละกำลังมหาศาลถึง 345 กิโลวัตต์ / 469 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 645 นิวตันเมตร
จากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ลงสู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จึงพารถพุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.9
วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Neue
Klasse นี้ ช่วยลดการสูญเสียพลังงานลงถึง 40% ลดน้ำหนักลง 10% และลดต้นทุนการผลิตลง 20% เมื่อเทียบกับระบ
BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5
แบตเตอรี่ของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ เพิ่มปริมาณพลังงานต่อเซลล์ขึ้นราว 20% และยังชาร์จได้เร็วขึ้นถึง 30%
ด้วยความจุแบตเตอรี่รวม 113.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง iX3 รุ่นนี้จึงสามารถเดินทางได้สูงสุดถึง 805
กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP
และเมื่อใช้บริการจากสถานีชาร์จความเร็วสูงแบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) 800 โวลต์ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่
สามารถชาร์จแบตเตอรี่ที่กำลังไฟสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์ ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 372
กิโลเมตรเมื่อจอดชาร์จเพียง 10 นาที ขณะที่การชาร์จจาก 10% ถึง 80% ใช้เวลาเพียง 21 นาทีเท่านั้น
ระบบส่งกำลังและการควบคุมที่แม่นยำในทุกจังหวะของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่
ขับเคลื่อนโดยระบบที่มีชื่อว่า “Heart of Joy” ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คอมพิวเตอร์ระดับ “Superbrain”
ที่ควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในรถยนต์ Neue Klasse ทุกรุ่น
ชุดควบคุมสมรรถนะสูงนี้รับผิดชอบดูแลระบบส่งกำลัง เบรก ระบบหมุนเวียนพลังงาน
และฟังก์ชันย่อยที่สนับสนุนการบังคับพวงมาลัย โดยสามารถประมวลผลข้อมูลได้เร็วกว่าชุดควบคุมทั่วไปถึง 10 เท่า
เมื่อผนวกรวมกับซอฟต์แวร์ BMW Dynamic Performance Control ที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด Heart of Joy
สามารถพิจารณาและคิดคำนวณตัวแปรต่างๆ จากสภาวะขณะขับขี่จริงได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่าใคร
เสริมให้ตัวรถตอบสนองต่อทุกสัมผัสของคันเร่ง แป้นเบรก และพวงมาลัยอย่างแม่นยำและมั่นใจ นอกจากนี้ Heart of
Joy ยังอยู่เบื้องหลังฟังก์ชัน Soft Stop ที่ช่วยให้ iX3 ใหม่
สามารถหยุดรถได้อย่างนุ่มนวลกว่าบีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่นที่ผ่านมา
ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงระดับ
“Superbrain” อีกตัวหนึ่งในบีเอ็ม
ดับเบิลยู iX3 ใหม่ ทำหน้าที่ควบคุมฟังก์ชันอัตโนมัติทั้งหมดสำหรับการขับขี่และจอดรถ
ด้วยพลังประมวลผลที่เหนือกว่าชุดควบคุมแบบเดิมถึง 20 เท่า
ระบบควบคุมนี้จึงยกระดับฟังก์ชันการช่วยเหลือผู้ขับขี่ในรถยนต์ Neue Klasse ทุกรุ่นให้เหนือชั้นกว่าเดิม
โดยในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ เทคโนโลยี BMW Symbiotic Drive จะนำการควบคุมของ
ผู้ขับขี่มาผสานเข้ากับซอฟต์แวร์ที่ใช้เทคโนโลยี AI ตัวอย่างเช่นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
ที่จะไม่ปิดตัวลงทันทีที่แตะเบรกเบาๆ แต่จะหยุดทำงานเมื่อเหยียบเบรกแรงขึ้น ส่วนระบบที่ช่วยคุมตัวรถให้อยู่ในเลน
จะยังทำงานอยู่แม้ผู้ขับขี่จะหมุนพวงมาลัยเล็กน้อย
นอกจากการสร้างนิยามใหม่ของสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ในทุกมิติ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่
ยังนำแนวคิดด้านความยั่งยืนและการหมุนเวียนทรัพยากรของรถยนต์ในเจเนอเรชัน Neue Klasse มาปรับใช้จริง
ซึ่งส่งผลให้รถยนต์รุ่นนี้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลงถึง 34% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
โดยคำนวณจากการขับขี่เป็นระยะทาง 200,000 กิโลเมตร
ความแตกต่างนี้เกิดขึ้นจากมาตรการด้านความยั่งยืนที่ทำมาปรับใช้ในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็น
การเลือกใช้วัตถุดิบทดแทน (secondary raw materials) ราวหนึ่งในสามของทั้งหมด
หรือการปรับกระบวนการทำงานในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่นการผลิตและขนส่งตัวรถ
ให้ลดการปล่อยมลพิษคาร์บอนลงถึง 35% บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ และนวัตกรรมสุดล้ำสมัยของ Neue Klasse
พร้อมอวดโฉมบนท้องถนนประเทศไทยด้วยตัวเลือกสีตัวถัง 6 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Ocean Wave Blue Metallic
(พร้อมห้องโดยสารในโทนสีดำ),
สีเทา Brooklyn Grey Metallic, สีเทา Polarised Grey Metallic, สีดำ Black Sapphire Metallic, สีขาว Alpine White
Solid และสีเงิน Space Silver Metallic (ทั้งหมดมาพร้อมห้องโดยสารในสีน้ำตาล Castanea)
